ซีเหนียงมีเรี่ยวแรงด้อยกว่าบุรุษผู้นั้นมาก นางดิ้นรนอยู่สองครั้ง แต่ก็ไม่อาจขยับร่างหนักอึ้งนั้นได้
แม้ซีเหนียงจะถูกบุรุษกดทับร่างไว้ ทว่านางกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
นางเป็นปีศาจร้ายที่คลานออกมาจากกองซากศพ มีหรือจะหวาดกลัวเรื่องแค่นี้
บุรุษผู้นั้นไม่รู้ว่าความตายใกล้เข้ามาแล้ว ยังคงลิงโลดใจ กดทับซีเหนียงไว้ มือใหญ่ทั้งสองลูบไล้ไปทั่ว
ในใจกลับอดประหลาดใจมิได้ สตรีผู้นี้เหตุใดจึงมีแต่กระดูกทั้งร่าง
อีกทั้งผิวหนังก็ขรุขระ ราวกับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
ในชั่วขณะนั้น ซีเหนียงรู้สึกว่าฉากเช่นนี้คล้ายเคยประสบมาแล้ว ความรู้สึกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นในใจ
นางหยุดดิ้นรนเสียเฉย ๆ แล้วเอื้อมมืออย่างยากลำบากไปคลำหากรรไกรใต้หมอน
นี่คือของป้องกันตัวที่นางเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ
เพราะการออกมาปฏิบัติภารกิจเช่นนี้ไม่อาจพกอาวุธมาได้ จึงทำได้เพียงเลือกของมีคมที่พบเห็นได้ทั่วไปในบ้าน ซึ่งไม่ชวนให้ผู้ใดสงสัยติดตัวมา
บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำเห็นซีเหนียงหยุดดิ้นรน ก็ยินดีอย่างยิ่ง
สตรีผู้นี้คงขาดบุรุษมานานจริง ๆ กระทั่งสิ่งเร้าเพียงน้อยนิดก็ทนมิได้
เขาจึงวางใจ ฉีกทึ้งเสื้อผ้าบนร่างซีเหนียงทันที
ซีเหนียงยังคงไม่ดิ้นรน ปล่อยให้บุรุษผู้นั้นถอดเสื้อผ้าของนางออกทีละชิ้น
นางรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของตนเอง ฉากนี้คล้ายเคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งยังชวนให้รู้สึกคุ้นเคย
นางตายมาแล้วหลายครั้ง เรื่องพรรค์นี้จึงมิได้ใส่ใจนัก เพียงอยากค้นหาความทรงจำและใคร่ครวญดู
จึงปล่อยให้บุรุษร่างสูงใหญ่ถอดเสื้อผ้าของนางออกอย่างรวดเร็ว ครั้นเขาคิดจะทำขั้นต่อไป
มือทั้งสองกลับสัมผัสถูกแผลเป็นทั่วร่างซีเหนียง ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองอาศัยแสงจันทร์นอกหน้าต่างเพ่งดูอย่างละเอียด
ทันใดนั้น เขาก็สูดลมหายใจเฮือก ร่างกายที่กำลังฮึกเหิมพลันอ่อนยวบลงโดยไม่รู้ตัว
