หลินเฟิงเอ่ยพลางชี้นิ้วลงบนแผนที่
“ให้พื้นที่สี่จวน ได้แก่ จวนเจิ้นซี จวนติ้งหย่วน จวนซานเจียง และจวนซ่างหลิน เชื่อมต่อกับเมืองเทียนจื่อจนกลายเป็นเขตแดนผืนเดียวกัน”
หูจิ้นไฉกับคนอื่น ๆ ฟังจนตะลึงงัน
“พี่ใหญ่ ท่านคิดจะ...”
หลินเฟิงถอนหายใจ “ข้าไม่อยากยืดเยื้อกับพวกเขาเช่นนี้ พวกเขามีความอดทน แต่ข้าไม่มี พัฒนาการเกษตรและเศรษฐกิจของพื้นที่เหล่านี้ให้ดีก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
จ้าวซั่วถามอย่างกระวนกระวาย “พี่ใหญ่ ท่านจะก่อกบฏหรือ?”
“พูดเหลวไหลอันใด ข้ากำลังเป็นห่วงการพัฒนาของต้าจง สงครามที่ยืดเยื้อมาหลายปีทำให้ราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ตกอยู่ในความทุกข์ยาก พวกเจ้าไม่เห็นหรือ? หรือขุนนางในราชสำนักนึกไม่ถึงกัน?”
ทุกคนจ้องหลินเฟิงอย่างตะลึงงัน
“ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น อุดมการณ์ของข้าเรียบง่ายยิ่ง ขอเพียงให้ราษฎรมีข้าวกิน มีบ้านอยู่ มีเสื้อผ้าสวมใส่ และมีที่นาเพาะปลูก ก็เท่านั้น”
ในที่สุดคนเหล่านั้นก็เข้าใจเจตนาของหลินเฟิง ต่างพากันพยักหน้าช้า ๆ
หลินเฟิงกดมือลงบนแผนที่
“ข้าเพียงอยากให้ราษฎรมีสภาพแวดล้อมสำหรับใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เรื่องนี้ยากนักหรือ?”
หูจิ้นไฉตบมือฉาด “ดี! พี่ใหญ่สั่งสิ่งใด พวกเราก็ทำสิ่งนั้น ไม่ว่ามันจะยากหรือไม่ ข้าจะไปยึดเมืองซานเจียงเดี๋ยวนี้”
หลินเฟิงพยักหน้า “อืม ระวังตัวด้วย”
หูจิ้นไฉประสานมือคำนับ “พี่ใหญ่ ข้ารู้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน”
กล่าวจบก็ทำความเคารพ ก่อนหมุนกายจากไป
เว่ยเป้าประสานมือคำนับตาม แล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากประตูห้อง
จ้าวซั่วกะพริบตาปริบ ๆ “พี่ใหญ่ ทางเหนือของเจิ้นซียังมีคนเถื่อนอยู่มิใช่หรือ? จะไม่สนใจพวกเขาแล้วหรือ?”
