หงเซียวรับภารกิจจากฮูหยินไป๋ แล้วเปลี่ยนเป็นชุดรัดกุมสีดำก่อนอาศัยความมืดลอบออกจากเรือนพัก
นางยังไม่มีเป้าหมายในเวลานี้ ทั้งเข้าใจแล้วว่าอสนีบาตของกองทัพเจิ้นซีมิใช่อาคม
ดังนั้น ด้วยฝีมือของตน นางจึงไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
ส่วนอสนีบาตที่ฮูหยินไป๋กล่าวถึงนั้น นางเองก็ไม่รู้ว่าควรไปตามหาที่ใด
จึงทำได้เพียงไปสืบข่าวที่ว่าการก่อน
หงเซียวมีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไป ตั้งแต่เล็กก็ได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือ วิชาตัวเบาของนางล้ำลึกจนแทบหาผู้ใดเทียบความเร็วได้ยาก
เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จ นางก็ถูกส่งไปเป็นมือสังหาร
ภายหลังนางจึงรู้ว่าอาจารย์ของตนเป็นหัวหน้าขององค์กรมืดฟ้ามัวดิน
แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางจะทำงานในองค์กรได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค
แต่นางกลับเริ่มเบื่อหน่ายอาชีพสังหารผู้คน
เดิมทีนางคิดจะถอนตัวจากองค์กร ทว่าอาจารย์ไม่ยินยอม
ต่อมาทั้งสองเกิดความขัดแย้ง นางจึงถูกมืดฟ้ามัวดินตามล่า เคราะห์ดีที่ฮูหยินไป๋ช่วยชีวิตไว้ นางจึงติดตามฮูหยินไป๋เพื่อทดแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต
ใครจะคิดว่าเมื่อมาอยู่กับฮูหยินไป๋ นางก็ยังต้องสังหารคนอยู่ดี
ปกติฮูหยินไป๋มักกล่าวถึงความเสมอภาคของผู้คน ความอยู่ดีกินดีของชาวบ้าน ตลอดจนการทำความดีสั่งสมบุญกุศล
ทำให้หงเซียวคิดว่าในที่สุดตนก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบใจสักช่วงหนึ่ง
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ฮูหยินไป๋กลับลงมืออย่างเด็ดขาด ไม่ยอมเลิกราจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตาย
เรื่องนี้ทำให้หงเซียวเกิดความสงสัย นางอยากหลีกหนีชีวิตที่ต้องสังหารผู้คน เหตุใดสุดท้ายจึงยังต้องก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการฆ่าฟันอีกรูปแบบหนึ่ง?
