หลินเฟิงกำลังนำปลาตัวใหญ่ที่ขอดเกล็ดและล้างสะอาดแล้วใส่ลงหม้อ จากนั้นจึงใช้ชายเสื้อเช็ดมือ
เขายกมือกวักเรียก องครักษ์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบประคองดาบเหล็กเล่มหนึ่งมาส่งให้
“ไม่ได้จับดาบมานาน ไม่รู้ว่าร่างกายจะขึ้นสนิมไปแล้วหรือยัง”
หลินเฟิงรับดาบเหล็กมา พลิกดาบเล่นอยู่ในมือสองสามครา ก่อนเงยหน้ามองชายร่างผอมแห้ง
ชายอ้วนขาวที่อยู่ในน้ำถือค้อนเหล็กขนาดเท่ากำปั้นไว้ในมือ หัวค้อนมีหนามแหลม ส่วนด้ามค้อนห้อยโซ่เหล็กเอาไว้
เขาคายก้านอ้อที่คาบอยู่ในปากทิ้ง
“ที่นี่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยมิใช่หรือ”
ชายร่างผอมแห้งส่ายหน้า “แค่นี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ยังคิดจะให้คนอื่นยืนอยู่ที่เดิมคนเดียวอีกหรือ”
สีหน้าท่าทางของทั้งสองผ่อนคลายยิ่ง ราวกับมาพบสหายเก่า
เผยชีอินหยิบเครื่องดนตรีของนางออกมา วางไว้ใกล้ริมฝีปาก สายตาจับจ้องทั้งสอง พลางค่อย ๆ ถอยหลัง
หลินเฟิงโบกมือให้องครักษ์คนหนึ่ง
องครักษ์ผู้นั้นล้วงของสิ่งหนึ่งจากเอว จุดไฟแล้วโยนขึ้นฟ้า
กลางอากาศบังเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ก้องสะเทือนไปทั่วสารทิศ
ชายร่างผอมแห้งหัวเราะเย็นชา “ฮึ ๆ ไม่ทันแล้ว ข้าฆ่าคนได้รวดเร็วยิ่ง”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างผอมเพรียวก็พุ่งทะยานขึ้นจากน้ำ วูบเดียวก็โถมเข้าใส่หลินเฟิง
หลินเฟิงถอยฉับไว ยกดาบเหล็กขึ้นขวางเบื้องหน้า
องครักษ์เจ็ดแปดคนรอบด้านยกหน้าไม้ขึ้น เล็งไปยังชายผอมแล้วเหนี่ยวไก
ใครจะรู้ว่าชายผู้นั้นว่องไวผิดปกติ ร่างผอมเพรียวกลางอากาศบิดพลิ้วหลบลูกเกาทัณฑ์ได้ทั้งหมด
เพียงกระบวนท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่าชายผู้นี้มีฝีมือสูงส่งยิ่ง
