เมื่อชายผอมร่วงถึงพื้น ร่างก็ปักเต็มไปด้วยลูกเกาทัณฑ์ ลมหายใจขาดห้วงไปแล้ว
หลินเฟิงเดินไปหยุดตรงหน้าชายอ้วนขาว แล้วใช้เท้าเขี่ยร่างอวบอ้วนของเขา
ชายอ้วนขาวครางอืออาสองครั้ง ทว่าขยับตัวไม่ได้
หลินเฟิงสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง คาดว่ากระดูกสันหลังของชายอ้วนน่าจะถูกเฉียวจวี้ซานทุบจนหัก
เผยชีอินเดินเข้ามาเช่นกัน
หลินเฟิงนวดหูพลางกล่าวว่า “เสียงของเจ้านี่ชวนให้คลื่นไส้ยิ่งนัก ฟังแล้วอยากอาเจียนอยู่ร่ำไป”
เผยชีอินยิ้มขื่น “หากอยู่ในห้อง เจ้าคงอาเจียนไปแล้ว ช่วยไม่ได้ ฝีมือข้ายังฝึกไม่ถึงขั้น จึงทำได้เพียงโจมตีไม่เลือกหน้า”
นางเหลือบมองหลินเฟิง แล้วลดเสียงลงกล่าว
“แม่ทัพใหญ่ ได้ยินชื่อเสียงวิชาดาบของท่านมานานแล้ว สมคำร่ำลือจริง ๆ”
หลินเฟิงไม่รับคำ ยกมือโบกแล้วกล่าวว่า “พลิกตัวเขาดู ว่าตายหรือยัง”
องครักษ์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ออกแรงพลิกชายอ้วนขาวให้นอนหงาย
เลือดไหลออกจากปากและจมูกของชายอ้วนขาว ลมหายใจเข้าเหลือน้อยเต็มที
เผยชีอินส่ายหน้า “ตะขอเกี่ยวดิน เชือกคล้องฟ้า เป็นนามที่ทำให้ผู้คนในยุทธภพได้ยินแล้วขวัญผวาแท้ ๆ วันนี้...”
หลินเฟิงยิ้มถาม “พวกเขานับเป็นยอดฝีมือหรือไม่?”
“อืม เป็นมือสังหารชั้นแนวหน้าอย่างแท้จริง”
“ยังมีอีกกี่คน?”
“ได้ยินว่ายังมีอั้นอิ่ง อู๋เหวย จุ้ยรื่อ จิงหุน ฉานเยวี่ย...”
เผยชีอินพึมพำราวกับพูดกับตนเอง
“ล้วนเป็นเพียงตำนาน ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ”
หลินเฟิงยิ้มแยกเขี้ยว “ยังมีอีกตั้งมากมายเชียวหรือ?”
กล่าวจบก็เหลือบมองเผยชีอินอย่างครุ่นคิด
