ลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ จิ่งเจาเหิงก็โบกมือออกคำสั่งให้ไล่โจมตีข้าศึกต่อไป
เมื่อเป็นการทำศึก ภารกิจสำคัญอันดับแรกย่อมเป็นการกำจัดฝ่ายตรงข้าม
เมืองเฉียนกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว รอให้กวาดล้างข้าศึกจนสิ้นค่อยเข้าประจำการก็ยังไม่สาย
ทหาร 20,000 ไล่ตามทหาร 10,000 เดิมทีก็อยู่ในสถานะที่ไม่มีทางพ่ายแพ้ หากไล่ตามไปซ้ำเติมยามอีกฝ่ายตกที่นั่งลำบากได้ ก็จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่อีกครา
กองทหารสองขบวน ไล่ติดตามอยู่ด้านหลังทหารองครักษ์หลวงต้าจง ห่างกันไม่ถึง 2 ลี้ ไล่กวดไม่ลดละ
กงซานเผ่าร้อนใจนัก ตามแผนการที่หลินเฟิงวางไว้ เขาทำตามขั้นแรกสำเร็จแล้ว
ทว่าเขาก็อดกังวลไม่ได้ หากกองทัพกบฏไม่ตามไล่ล่าตน แต่กลับมุ่งไปยึดเมืองเฉียนก่อน เช่นนั้นคงเสียหายยับเยิน
นี่มิเท่ากับตนยกเมืองให้พวกมันเองหรอกหรือ
แต่เพราะเชื่อมั่นในหลินเฟิง เขาจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย นำทหาร 10,000 นายมุ่งหน้าไปทางนครหลวงโดยตรง
หลังวิ่งไปได้พักหนึ่ง เขาหันกลับไปมองไกล ๆ ด้านหลัง แล้วก็เห็นกองทหารขบวนใหญ่ไล่ตามมาจริง ๆ
เขาดีใจจนเนื้อเต้น “สวรรค์! ท่านถ่งหลิ่งช่างล้ำเลิศ คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ได้ด้วย!”
พลางโบกแขนอย่างฮึกเหิม “วิ่งให้เร็วขึ้น อย่าให้พวกมันตามทัน!”
แม้เขาจะสั่งให้กองทหารเร่งฝีเท้า แต่ก็ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วจะเกิดเรื่องใดขึ้น
รองแม่ทัพที่ตามหลังเขามาขมวดคิ้วแน่น หากวิ่งต่อไปข้างหน้าอีกก็จะถึงคูเมืองนครหลวง
นั่นมิใช่ทางตันหรอกหรือ
หรือจะต้องสู้ตายโดยหันหลังให้แม่น้ำ?
ทว่าเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ยากจะเปลี่ยนแปลงได้ เขาจึงทำได้เพียงนำทัพวิ่งต่อไป
