สองศึกที่ผ่านมา หวังเฉียนรู้สึกว่าทหารใต้บังคับบัญชาของตนเหน็ดเหนื่อยแทบแย่
เมื่อเห็นตะวันคล้อยต่ำใกล้ลับเหลี่ยมเขา เขาจึงรอจนเก็บกวาดสนามรบเสร็จ ก่อนนำกำลังเข้าไปตั้งค่ายในเมืองเฉียน
หลินเฟิงคว้าชัยทั้งสองศึก ทำให้ทั่วทั้งนครหลวงแตกตื่น
ไม่ว่าชาวบ้านหรือขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ ตลอดจนผู้คนทั้งในและนอกวังหลวง แม้แต่ฮ่องเต้จ้าวเจิ้น ต่างก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าหลินเฟิงเก่งกาจกว่าไท่ซือว่านมากนัก
มิใช่เพียงไม่เสียพื้นที่แม้แต่กระผีกเดียว กลับยังสังหารกองทัพผ้าโพกหัวดำไปนับไม่ถ้วน ทั้งยังจับทหารทัพหลวงต้าเจิ้งได้กว่าหนึ่งหมื่นนาย
นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้
ด้วยเหตุนี้ จ้าวเจิ้นจึงมีพระราชโองการเลือกวันมงคล เพื่อจัดงานเลี้ยงใหญ่แก่เหล่าขุนนาง
เป็นการฉลองชัยชนะให้แก่หลินเฟิง ถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง
ในฐานะฮ่องเต้ ทุกเรื่องย่อมต้องให้ความสำคัญกับพิธีการ หลายปีมานี้ ภายในวังหลวงไม่เคยมีบรรยากาศรื่นเริงเช่นนี้มาก่อน
จูฉี่เซิ่งเป็นผู้ดูแลหลัก ระดมเหล่านางกำนัลและขันทีทั้งหมดให้เริ่มจัดเตรียมท้องพระโรงสำหรับงานเลี้ยง
งานเลี้ยงครั้งนี้จัดขึ้นในตำหนักชิ่งเต๋อ ซึ่งเป็นท้องพระโรงที่ใหญ่ที่สุดในเขตวังหลวงชั้นใน
ตำหนักชิ่งเต๋อซึ่งเดิมแกะสลักคานวาดเสาไว้อย่างวิจิตรและหรูหรายิ่งอยู่แล้ว ได้รับการประดับตกแต่งจนงดงามเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม
เหล่านางกำนัลและขันทีจำนวนมากเข้าออกขวักไขว่ดุจฝูงมด วุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก
จ้าวเทียนอวี๋เสด็จมาควบคุมงานด้วยพระองค์เอง คอยชี้แนะจุดที่ยังไม่เหมาะสมอยู่เป็นระยะ พร้อมกำชับให้แก้ไขโดยทันที
