ทั้งสองหอบหายใจอยู่นาน กว่าจะค่อย ๆ ลุกขึ้นเริ่มเก็บกวาดสนามรบ ถอดเสื้อผ้าขาดวิ่นออกจากกาย เก็บข้าวของที่ยังพอใช้ได้ จากนั้นจึงปีนขึ้นหลังม้าอย่างยากลำบาก แล้วค่อย ๆ มุ่งหน้าไปทางแสงอาทิตย์อัสดง
หลินเฟิงรู้ว่าดวงอาทิตย์ลับลงทางทิศตะวันตก หากมุ่งไปทางนั้นก็น่าจะเข้าใกล้ป้อมหลิ่งโตวจื่อได้
พวกเขาไม่กล้าควบม้า เพราะแรงกระเทือนหนักเกินไป จะทำให้อาการบาดเจ็บทรุดลง
เดินไปได้ไม่ไกล ดวงตะวันก็ลับเหลี่ยมเขา ราตรีค่อย ๆ โรยตัว จนไม่อาจเดินทางต่อได้อีก
เจินจั๋วพันแผลให้เด็กรับใช้นักพรตเรียบร้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเทียมม้าเข้ากับรถม้า แล้วขับมุ่งหน้าไปทางหลิ่งโตวจื่อ
นางคาดว่าหลินเฟิงต้องไปหลิ่งโตวจื่อแน่ เมื่อภารกิจยังไม่สำเร็จ นางก็ต้องตามหาหลินเฟิงต่อไป
ในทางส่วนรวม นางจำเป็นต้องกำจัดหลินเฟิง มิฉะนั้นก็ไม่อาจชดใช้บุญคุณได้
ส่วนเรื่องส่วนตัวเล่า นางไม่ได้ลงจากเขามาหลายสิบปีแล้ว เหตุใดฝีมือของตนจึงไม่คล่องแคล่วเหมือนเก่าเสียแล้ว?
แค่ฆ่าคนสักคนยังต้องเปลืองแรงถึงเพียงนี้ ช่างทำให้ชื่อเสียงของอารามอวี้เฉวียนมัวหมองยิ่งนัก
นางจะมีหน้าใดกลับไปพบเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรักษาศักดิ์ศรีอาจารย์ต่อหน้าศิษย์ของตน
ยิ่งเจินจั๋วคิดก็ยิ่งร้อนใจ นางต้องตามหาหลินเฟิงให้พบเป็นคนแรก แล้วลงมือกำจัดเขาด้วยตนเอง อย่าให้ผู้อื่นชิงลงมือไปก่อนเป็นอันขาด
ยามนี้หลินเฟิงหาที่กำบังลมแห่งหนึ่ง แล้วลงจากม้าพักผ่อน
เขาเดินทางกับเจ้าหน้าตายไปได้ไม่กี่ลี้ บาดแผลบนร่างสาหัสเกินไป จึงจำต้องหยุดพักตั้งแต่เนิ่น ๆ
หลังชิงเสบียงแห้งกับน้ำของอีกฝ่ายมากินจนอิ่ม ทั้งสองก็นอนลงบนพื้น ต่างฝ่ายต่างไม่อาจพูดคุยกัน จึงได้แต่หลับตาพักผ่อนอย่างเงียบงัน
