เห็นได้ชัดว่าในตอนแรกหลินเฟิงยังไม่มีความสามารถเช่นนี้ หากเขาเร่งฝีเท้าแล้วแทงซ้ำอีกสักสองครั้ง หลินเฟิงผู้นี้อาจถูกเขาสังหารใต้กระบองไปแล้ว
โลกนี้ไม่มีคำว่าหาก คิดหาทางตามหาหลินเฟิงในวันพรุ่งดีกว่า
หงเซียวถูกเจินจั๋วเตะจนสลบอยู่ที่อีกฟากของเนินดิน ห่างจากรถม้าราวสองลี้
เจินจั๋วมีพลังภายในลึกล้ำ กระบวนท่านี้อัดปราณแท้เข้าไปเต็มเปี่ยม ทำให้อวัยวะภายในของหงเซียวบาดเจ็บสาหัส นางจึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาในทันที
เย่เหลียงไฉแบ่งองครักษ์ทั้งสี่ออกไป ไล่ตามทิศทางที่หลินเฟิงวิ่งหนี
แผนการทั้งหมดพังพินาศ เพียงเพราะนักพรตหญิงคนเดียว
หลินเฟิงกับเจ้าหน้าตายนอนอยู่ในหลุมดินทรายครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็พอจะฟื้นเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
รอบด้านมีแต่ทุ่งร้างเวิ้งว้าง ไม่อาจระบุตำแหน่งของตนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหาทิศทางที่จะไปให้ถูกต้อง
หากเดินสะเปะสะปะ มีโอกาสสูงที่จะย้อนกลับไปยังจุดเดิม อีกทั้งอาจพบกับนักพรตหญิงที่กำลังตามล่าพวกเขาอยู่
ทว่าการรั้งอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เช่นกัน ทั้งสองเสียเลือดไปมากจนร่างกายอ่อนแรง มิหนำซ้ำยังกระหายน้ำยิ่งนัก แต่บริเวณนี้ไม่มีน้ำ
หลินเฟิงดึงเจ้าหน้าตายขึ้นมา ทั้งสองประคองกันและกัน เลือกเดินไปทางหนึ่งอย่างสุ่มๆ แล้วค่อยๆ มุ่งหน้าไป
มิอาจนั่งรอความตาย มีเพียงขยับเขยื้อนจึงจะพอมีทางรอด
ทั้งสองเดินไปได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากที่ไกลๆ ฟังดูราวสามหรือสี่ตัว กำลังควบมาทางพวกเขา
หลินเฟิงครุ่นคิด นักพรตหญิงผู้นั้นไม่ได้ขี่ม้า ผู้ที่กำลังมาจึงย่อมไม่ใช่นาง
