“เมืองรักษาการณ์ทั้งแปดแห่งของนครหลวง สามารถโยกกำลังพลจากเมืองข่านกับเมืองซวิ่นได้ ทั้งสองเมืองอยู่ห่างจากกองทัพกบฏมาก อีกทั้งยังมีนครหลวงคั่นกลาง ไม่จำเป็นต้องประจำกำลังพลไว้มากเกินไป”
“แต่ท่านถ่งหลิ่งไม่อยู่ การโยกย้ายกำลังพลเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่มีเหตุผิดปกติ ทางที่ดีอย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายพลการ”
หม่าปู้เซวียนหัวเราะเยาะ “ท่านถ่งหลิ่งไม่อยู่ หากกองทัพกบฏบุกโจมตีเมือง พวกเราก็จะยืนนิ่งไม่ขยับเช่นนี้หรือ?”
หูจิ้นไฉยิ้มประจบ “ข้าหมายถึงในกรณีที่ไม่มีเหตุผิดปกติ”
“แม้แต่คำสั่งด้วยลายพระหัตถ์ของท่านอ๋อง เจ้าก็ไม่ฟังหรือ?”
หม่าปู้เซวียนสะบัดกระดาษในมือ
หูจิ้นไฉเม้มปาก
“คำสั่งของท่านอ๋องย่อมต้องฟัง แต่คำสั่งของท่านถ่งหลิ่งก็ต้องฟังเช่นกัน เรื่องนี้ทำให้หูผู้นี้ลำบากใจยิ่ง ข้าว่าเช่นนี้เถิด ส่งคนไปเมืองซ่างหลินเพื่อขอคำสั่งจากท่านถ่งหลิ่ง ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
“หึ ๆ ไปเมืองซ่างหลินเพื่อขอคำสั่งหรือ? เห็นข้าเป็นคนโง่หรืออย่างไร ท่านผู้บัญชาการหลินไปเจิ้นซีนานแล้ว เจ้าไปซ่างหลินแล้วจะไปหาใคร?”
หูจิ้นไฉทำหน้ามึนงง “ฝู่ถ่งหลิ่งหม่า ท่านไปฟังใครพูดเหลวไหลมา ท่านถ่งหลิ่งอยู่ที่เมืองหลวงประจำแคว้นซ่างหลินมาตลอด จะไปเจิ้นซีได้อย่างไร?”
หม่าปู้เซวียนส่ายหน้า “อย่ามาเล่นละครต่อหน้าข้าเลย ทั่วทั้งนครหลวงไม่มีใครไม่รู้ว่าท่านผู้บัญชาการหลินไปเจิ้นซีแล้ว”
หูจิ้นไฉโบกมือ “อย่าได้ฟังข่าวลือ หากท่านถ่งหลิ่งไปเจิ้นซีจริง ย่อมส่งข่าวมาถึงพวกเรา”
“เอาเถิด ต่อให้เขายังอยู่ที่เมืองซ่างหลิน ก็ต้องฟังคำสั่งของท่านอ๋องมิใช่หรือ ท่านถ่งหลิ่งเองก็ต้องฟังคำสั่งของท่านอ๋อง การขอคำสั่งของเจ้าไม่จำเป็นเลย”
