หลินเฟิงยิ้ม “มั่นใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
ต้วนจิ่งชิวกล่าวอย่างดูแคลน “แน่นอน เมื่อเจิ้นซีไร้หลินเฟิง ก็ไม่ต่างจากกองทรายที่กระจัดกระจาย ไม่นานก็ต้องถูกทัพหลวงต้าเจิ้งตีแตกทีละส่วนเป็นแน่”
ซ่งเฉินส่ายหน้า “กองทัพเจิ้นซีใช่ว่าจะรับมือได้ง่าย แม้หลินเฟิงจะไม่อยู่แล้ว แต่ข้าได้ยินมาว่าภายใต้บัญชาของเขามีพี่น้องฝีมือร้ายกาจอยู่หลายคน ข้าว่าทัพหลวงต้าเจิ้งคงลำบาก”
“เรื่องการศึกข้าไม่รู้หรอก บิดาข้าเป็นคนพูดทั้งนั้น”
ต้วนจิ่งชิวไม่ใส่ใจ
สวี่ชีกำลังขุดหลุมดินอย่างขะมักเขม้น เหงื่อผุดบนใบหน้าแล้ว ครั้นได้ยินพวกเขาสนทนากันก็หยุดมือ
“พี่ใหญ่ หลินเฟิงเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แท้ ๆ แต่กลับถูกคนสังหาร พี่น้องใต้บัญชาของเขาจะล้างแค้นให้หรือไม่?”
ซ่งเฉินแค่นเสียง “ถ้าข้าถูกคนสังหารบ้าง เจ้าจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าหรือไม่?”
“ย่อมต้องไปอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นก็จบเรื่อง”
ต้วนจิ่งชิวกลับส่ายหน้า “ได้ยินว่าผู้สังหารหลินเฟิงเป็นผู้บำเพ็ญแห่งเขาคุนอวี๋ อยู่ในระดับที่ยอดฝีมือในโลกปุถุชนเอื้อมไม่ถึง แล้วจะล้างแค้นได้อย่างไร?”
นางอยู่ในแวดวงที่สูงกว่า จึงรู้ข่าวสารแม่นยำกว่ามาก
สวี่ชีตะโกนเสียงดัง “ข้าไม่สนว่าภูเขาใดทั้งนั้น ขอเพียงได้เสี่ยงชีวิตเพื่อพี่ใหญ่ก็พอ!”
“เจ้านี่ชอบทำอะไรหุนหันพลันแล่น รู้อยู่ว่าทำไม่ได้ยังดันทุรัง นั่นคือความเขลา”
ซ่งเฉินสั่งสอน
สวี่ชีไม่ยอมรับ “แล้วพี่น้องจะนิ่งดูดายได้อย่างไร?”
เขาหันไปเห็นหลินเฟิงนิ่งเงียบ มีเพียงแรงขุดหลุมไม่หยุด
“ท่านหมอมู่ชวน ช่วยตัดสินให้ข้าที”
