หลินเฟิงเหลือบมองต้วนจิ่งชิวแวบหนึ่ง
“เหล่าวีรชนทั้งหลาย พวกท่านอยากเป็นนายทหารแห่งราชวงศ์ต้าเจิ้งหรือไม่?”
คนทั้งหลายต่างชะงักงัน เหตุใดจู่ ๆ จึงพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา?
“หากมีหนทาง พวกข้าย่อมอยากเข้ารับราชการในกองทัพของราชสำนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ”
สวี่ชีรีบกล่าวขึ้น
“แม่นางต้วนคือหนทางของพวกท่าน ขอเพียงพวกท่านสร้างผลงานในการต่อต้านโจรสลัด นี่ก็จะเป็นหลักฐานให้เข้ากองทัพต้าเจิ้งได้”
ซ่งเฉินขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่า หากพวกข้าลงมือขับไล่การรุกรานของโจรสลัด ก็จะนับเป็นความชอบทางทหาร และเข้าร่วมกองทัพต้าเจิ้งได้หรือ?”
หลินเฟิงพยักหน้า “ให้แม่นางต้วนเป็นพยานเรื่องนี้ เหมาะสมที่สุดแล้ว”
ต้วนจิ่งชิวปรบมือทันที “เป็นเช่นนั้น ท่านหมอมู่ชวนกล่าวได้ถูกต้อง ขอเพียงทุกท่านช่วยเหลือต้าเจิ้ง อีกทั้งมีบิดาข้าเป็นผู้แนะนำ ราชสำนักย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”
สวี่ชีมีสีหน้าตื่นเต้น ส่วนเหล่าว่านยังคงไร้อารมณ์
ซ่งเฉินรู้สึกคลางแคลงใจ เขาไม่ใช่คนที่จะละทิ้งความคิดและการตัดสินใจของตน เพียงเพราะสตรีคนหนึ่งพูดไม่กี่คำ
“หากสู้กับโจรสลัด พี่น้องของข้าคงเหลือรอดไม่กี่คน พวกเจ้าหารู้ไม่ว่าคนเหล่านั้นมีกำลังรบเพียงใด”
ซ่งเฉินกล่าวพลางขมวดคิ้ว ยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่หาย
“เจ้าเคยปะทะกับโจรสลัดหรือ?”
หลินเฟิงถาม
“พวกเราทำงานแบบนี้ ที่ใดมีเงินและเสบียงก็ไปที่นั่น คนกินม้าใช้ ย่อมต้องมีสิ่งของหล่อเลี้ยงไม่ขาด ตั้งแต่เมืองฉางจื้อทางตะวันออกจรดฝูฉางโจวทางเหนือ ทั้งเมืองฟู่อันและลั่วเฉิง พวกเราปล้นมาแล้วทั่วทุกแห่ง”
หลินเฟิงพยักหน้า “พวกเจ้าเป็นทหารม้าศึก พื้นที่เคลื่อนไหวย่อมกว้างขวาง ยังปฏิบัติการอยู่แถวนี้ได้ แสดงว่าคงไม่เคยเสียเปรียบ”
