ทหารม้าศึกหอบพายุคลั่งทะยานมาถึง แม้ถูกดาบตรงแทงใส่ตัวม้า แต่ด้วยแรงเฉื่อยมหาศาล พวกมันยังคงพุ่งไปได้อีกไกล จนขบวนของโจรสลัดปั่นป่วน
ทหารม้าศึกหลายพันนายแผ่เต็มทั่วขุนเขา ราวกับพยัคฆ์ร้ายบุกเข้าฝูงแพะ แผ่พลังเกรียงไกร ไร้ผู้ใดต้านทาน
ทหารราบโจรสลัดห้าพันนายต้านทานได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็แตกกระเจิงในทันใด
มิใช่ว่าพวกเขามีจิตใจไม่เด็ดเดี่ยว หากแต่การใช้ร่างมนุษย์ขวางม้าศึกที่กำลังควบทะยานด้วยความเร็วสูง เป็นวิธีที่ทำได้ยากอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทหารราบห้าพันนายเดินทางมาครึ่งค่อนวัน ร่างกายอ่อนล้า ทั้งยังมิได้เตรียมตัวล่วงหน้า กลับต้องเผชิญหน้ากับทหารม้ากลางที่ราบโล่ง
จะทานทนไหวได้อย่างไร
โดยเฉพาะแรงกดดันอันถาโถมดุจคลื่นยักษ์ ทำให้ทหารโจรสลัดไม่อาจรักษาขวัญกำลังใจไว้ได้ พริบตาเดียวก็พังทลายยับเยิน
ทหารราบห้าพันนายเริ่มหนีกระจัดกระจาย
เมื่อกองทัพแตกกระเจิงแล้ว ต่อให้เป็นแม่ทัพคนใดก็ไม่อาจรวบรวมกำลังขึ้นมาใหม่ได้
หัวหน้ากองต่าง ๆ มองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง แม้จะฉวยโอกาสฟันล้มทหารที่กำลังหนีไปสองคน แต่ก็ยังหยุดทหารหนีทัพคนอื่น ๆ ไม่ได้
หนึ่งเค่อให้หลัง ทหารราบห้าพันนายหนีกระจัดกระจายไปทั่ว ทหารม้าศึกหลายพันนายของกองทัพเจิ้นซีควบม้าไล่สังหารกลางทุ่งกว้าง
ยามนี้โทกุงาวะ อิเอโมจิกลับเข้าเมืองแล้ว เพิ่งถอดเกราะเปลี่ยนเป็นชุดลำลองและนั่งลงจิบชาได้เพียงครู่เดียว ก็มีทหารวิ่งหน้าตาตื่นมาถึงหน้าประตู
“แม่ทัพ นอกเมืองมีทหารราบห้าพันนายถูกทหารม้าของกองทัพเจิ้นซีโจมตี”
โทกุงาวะ อิเอโมจิเกือบทำถ้วยชาในมือหลุด รีบข่มสีหน้าตื่นตระหนกไว้
