ชายวัยกลางคนผู้นั้นมีสีหน้ามึนงง เขาแยกเขี้ยวยิงฟันครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง
“บัดนี้ยังสืบไม่พบขอรับ ขอแม่ทัพโปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะรายงานให้ทราบเป็นแน่”
โทกุงาวะ อิเอโมจิกวาดตามองตลอดแนวฝั่งแม่น้ำ
“เรือจมไปทั้งหมดกี่ลำ?”
“ท่านแม่ทัพ เรือจมไปทั้งหมด 91 ลำขอรับ”
โทกุงาวะ อิเอโมจิรู้สึกแน่นหน้าอก เรื่องนี้แทบเอาชีวิตกันชัด ๆ
“สืบหาผู้รับผิดชอบให้กระจ่าง ลงโทษอย่างหนักโดยไม่ละเว้น!”
เขาคำรามลั่น ก่อนหันกายเดินไปหาม้าศึก
เฝ้าอยู่ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ ทั้งยังต้องระวังการโจมตีจากกองทัพเจิ้นซีทุกเมื่อ กองกำลังของตนอยู่กลางที่โล่ง ย่อมต้านแรงกระแทกจากทหารม้าฝ่ายตรงข้ามไม่ไหว
ทหารม้า 500 นายขึ้นหลังม้าตามไป ส่วนทหารราบ 5,000 นายยังเดินทางมาไม่ถึง
เสียงหวีดหวิวหนึ่งดังขึ้น ม้าศึกควบทะยาน ย่ำฝุ่นฟุ้งตลบมุ่งไปตามทางที่มา
ชายวัยกลางคนผิวคล้ำหันไปมองทหารม้าศึกที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นจึงหันกลับมามองผิวน้ำ บนแม่น้ำเหลือเรืออยู่เพียงไม่กี่ลำ เขาได้แต่ทอดถอนใจ
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามีอยู่ 1,800 กว่าคน นำเรือมา 97 ลำ เพียงชั่วข้ามคืนกลับเหลือแค่ 6 ลำ
เคราะห์ดีที่ผู้คนบาดเจ็บล้มตายไม่มาก นอกจากโจรสลัดที่ถูกแรงระเบิดบาดเจ็บไปไม่กี่คน ก็ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
“คนมา ลากเรือขึ้นมาอีกสักสองสามลำ ดูซิว่าเป็นอย่างไร”
เขายังไม่ยอมตัดใจ
เหล่าโจรสลัดที่ยืนนิ่งอยู่ริมฝั่ง ครั้นได้ยินคำสั่งก็รีบลงน้ำไปผูกเชือกกับเรือที่จม
ทันใดนั้น ทหารนายหนึ่งก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
“ใต้เท้า แย่แล้ว! มีเรือข้าศึกแล่นมา...”
ทุกคนหันไปมองต้นน้ำตามเสียงร้อง และเห็นเสากระโดงสูงโผล่ขึ้นมาในลำน้ำไกลลิบ เพียงชั่วครู่ก็เห็นตัวเรือทั้งลำ
