“เธอเป็นแม่มด แถมยังเป็นแม่มดที่เก่งมากด้วย” หลังจากหลี่เหวยอันขี่ม้าออกไปได้ระยะหนึ่ง มิลเลอร์จึงเอ่ยขึ้น
“ทำไมฉันถึงสัมผัสไม่ได้เลย?” หลี่เหวยอันลูบมิลเลอร์
“นายอ่อนแอเกินไป อีกอย่างเธอซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก แม้พลังชีวิตของอีกฝ่ายจะเปี่ยมล้น แต่ฉันประเมินว่าคาเมรอนน่าจะอายุราว 220 ปี คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 ปี” คำพูดของมิลเลอร์ทำให้หลี่เหวยอันชะงักไป
“ดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าสตรีผู้งดงามคนนี้เป็นแม่มดเฒ่า” หลี่เหวยอันจุปากสองสามครั้ง
มิลเลอร์ยื่นมือมาบีบปากหลี่เหวยอันไว้ “หุบปากไปเลย ถ้าอีกฝ่ายได้ยินนายเรียกเธอว่าแม่มดเฒ่า ระวังถูกจับมัดแล้วเฆี่ยนเอาล่ะ ฉันสู้เธอไม่ไหวหรอก”
“อ้อ นายยังมีพลังต่อสู้อีกเหรอ?” หลี่เหวยอันนึกว่ามิลเลอร์เป็นวัตถุพิสดารสายสนับสนุน
“มีอยู่บ้าง น่าจะมีฝีมือระดับเงิน” หัวของมิลเลอร์หมุนรอบตัวเอง 360 องศา เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติจึงค่อยผ่อนลมหายใจ
“ฉันเดาว่าคุณคาเมรอนคนนั้นเป็นยอดฝีมือระดับทอง ไม่แน่อาจจะอยู่ขั้นสูงของระดับทองด้วยซ้ำ”
“คืนนี้นายจะมารับชุดราตรีเองไหม?” มิลเลอร์มองหลี่เหวยอัน
หลี่เหวยอันพยักหน้า “ทำไมจะไม่ล่ะ? ปฏิเสธคำเชิญจากสตรีงดงามเป็นเรื่องเสียมารยาทมาก”
“หวังว่านายจะไม่ถูกจับมัดแล้วเฆี่ยนก็แล้วกัน” มิลเลอร์หัวเราะหึ ๆ
“มีจดหมายฉบับหนึ่ง กลับไปแล้วนายลองอ่านดู” หลี่เหวยอันนึกถึงจดหมายที่ค้นได้จากตัวลิลิธ แวนทรูขึ้นมากะทันหัน เขาอ่านตัวอักษรบนจดหมายไม่ออก จึงไม่เคยรู้เลยว่าข้างในเขียนอะไรไว้
การปรากฏตัวของโคล ไมเคิลสันในครั้งนี้ ทำให้หลี่เหวยอันนึกถึงจดหมายที่ดูเหมือนจดหมายรักฉบับนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
