“นายพูดให้จริงก็แล้วกัน” หลี่เหวยอันลงมาถึงชั้นใต้ดินชั้นสอง แล้วพบว่าที่นี่สว่างขึ้นเองแล้ว
อุปกรณ์ให้แสงสว่างที่คล้ายไฟเปิดอัตโนมัติส่องสว่างไปทั่วชั้นใต้ดินชั้นสอง
พื้นที่ชั้นนี้ใหญ่กว่าชั้นแรกหลายเท่า มีขนาดประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐานสองสนาม
พืชเรืองแสงที่ไม่รู้จักชนิดเลื้อยเกาะอยู่ตามผนัง เพดาน และพื้น
ต้นไม้บนพื้นสูงถึงหัวเข่าของหลี่เหวยอัน
“นี่มันอะไร?” หลี่เหวยอันก้มลงดึงต้นไม้บนพื้นอย่างแรง พบว่าพืชเรืองแสงทั้งต้นชนิดนี้เหนียวทนทานมาก
แม้ใช้เนตรหยั่งรู้ตรวจดูก็ยังไม่พบข้อมูลแม้แต่น้อย
ดึงอยู่นานกว่าจะถอนออกมาได้หนึ่งต้น รากของมันแผ่ขยายอย่างน่ากลัว
“พืชกลายพันธุ์ นี่คือเศษเสี้ยวของอาณาจักรเทพที่สาบสูญ!!!”
“เป็นไปได้ยังไง เมืองเซนต์เดนนิสสร้างเสร็จในปีก่อนที่ฉันจะหลับใหล ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย”
“ฉันเคยเห็นแบบแปลนดั้งเดิมของโบสถ์ในตอนนั้นด้วย...”
มิลเลอร์กุมหัวแล้วนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น
หญ้าบนพื้นสูงเกินไป
มิลเลอร์สูงไม่ถึง 20 เซนติเมตร พอนั่งยอง ๆ แบบนี้ หลี่เหวยอันก็หาเขาไม่เจอแล้ว
“มิลเลอร์ ออกมา พวกเราไปเดินดูรอบ ๆ กัน” หลี่เหวยอันตามเสียงไปดึงมิลเลอร์ขึ้นจากกอหญ้า แล้ววางไว้บนไหล่
“ได้สิ เดินดูไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน” มิลเลอร์ปรับตัวได้เร็วมาก
“เศษเสี้ยวของอาณาจักรเทพที่นายพูดถึงมีประโยชน์อะไร? ฟังแต่ชื่อก็ดูน่ากลัวแล้ว” หลี่เหวยอันลูบผิวด่างพร้อยของมิลเลอร์
“อะไรที่ว่าฟังแต่ชื่อก็น่ากลัว? ตัวมันเองก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่คือเศษเสี้ยวของอาณาจักรเทพเชียวนะ!”
