“มีปัญหาอะไรหรือ?” หลี่เหวยอันแปลกใจกับปฏิกิริยาของดัตช์
“ปัญหาใหญ่เลยละ!” ดัตช์วางแก้วเหล้าในมือลง สีหน้าเคร่งเครียด
“ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์หรือมนุษย์หมาป่า อย่างน้อยก็เป็นสัตว์ประหลาดระดับทองแดง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรับมือไหว”
“ถ้าเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ อาจถึงขั้นเป็นสัตว์ประหลาดระดับเงินด้วยซ้ำ ขอแค่ให้เวลามันสร้างลูกหลานและก่อตั้งรัง แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ตัวเดียวก็ทำให้เซนต์เดนนิสกลายเป็นเมืองร้างได้”
“ส่วนมนุษย์หมาป่ามักเคลื่อนไหวเป็นฝูง เจอมนุษย์หมาป่าตัวหนึ่ง ก็เท่ากับเจอทั้งฝูง”
“หายนะกำลังจะมาเยือนเซนต์เดนนิสแล้วหรือ!” ดัตช์พูดพลางลุกขึ้นเดินออกไป
“คุณดัตช์ จะไปไหนหรือครับ?”
“ฉันจะไปแจ้งคนอื่น พรุ่งนี้จะไปเหมืองเลเวนกับนาย หวังว่าสถานการณ์จะไม่เป็นอย่างที่นายบอก” ดัตช์ตอบโดยไม่หันกลับมา พอออกจากประตูโบสถ์ก็ไปเอาม้า แล้วควบออกไปทันที
“ผมว่าไม่น่าจะถึงขั้นนั้นนะ แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ก็ใช่ว่าผมไม่เคยฆ่า” หลี่เหวยอันมองแผ่นหลังของดัตช์ที่รีบร้อนจากไป พลางคิดว่าอีกฝ่ายทำท่าตื่นตูมเกินเหตุ
ไม่นานหลังจากดัตช์ออกไป เขาก็กลับมาที่โบสถ์อีกครั้ง คราวนี้พาคนคนหนึ่งมาด้วย
ชายร่างใหญ่ที่มีเครารุงรังเต็มใบหน้า
“ดัตช์? เขาเป็นใครหรือ?” หลี่เหวยอันถามพลางมองชายร่างใหญ่ข้างกายดัตช์
“เขาคือโรเจอร์ แชมเบอร์ส เจ้าของโรงฟอกหนังในเซนต์เดนนิสที่ฉันพูดถึง”
ดัตช์ชี้ไปยังชายไว้เครารุงรัง
