ชายเสื้อลายดอกตะโกนโหวกเหวก พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของไหล่เกิน
ในชั่วพริบตาเดียวกัน
ชายหนุ่มผอมแห้งคนนั้นลื่นไหลราวกับปลาไหล แทรกตัวเข้าประชิดไปตามช่องว่างระหว่างผู้คน
ระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วชี้มือขวาของเขาหนีบใบมีดบางเฉียบไว้ ก่อนจะลอบกรีดก้นถุงผ้าใบที่ไหล่เกินกอดอยู่ในอ้อมแขนอย่างเงียบเชียบ
ท่าทางแนบเนียน ฝีมือชำนาญ
หากกรีดถุงให้เป็นรอยแผลใหญ่ได้เมื่อไร ธนบัตรใบละร้อยสองปึกก็จะร่วงออกมาทันที
ไหล่เกินถูกชนจนเซถลา ร้องอุทานออกมา
“ระวังหน่อยสิ!”
ในเสี้ยววินาทีคับขัน
มือใหญ่ดุจคีมเหล็กแหวกฝูงชนพุ่งลงมา พร้อมเสียงหวีดหวิวฉีกอากาศ!
กร๊อบ!
เฉาเฟยคว้าข้อมือของชายหนุ่มผอมแห้งไว้แน่นในพริบตา ด้วยความเร็วที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
พละกำลังมหาศาลทะลักออกมา
ชายหนุ่มผอมแห้งรู้สึกราวกับกระดูกข้อมือของตนกำลังจะถูกบีบจนแหลก
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังทะลุความอึกทึกของถนน
ชายหนุ่มผอมแห้งเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว เหงื่อเย็นเม็ดโตไหลพรากจากหน้าผาก
นิ้วมือคลายออก ใบมีดคมกริบร่วงลงพื้นซีเมนต์ดังเคร้ง
เฉาเฟยจ้องเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอำมหิต
“กลางวันแสก ๆ ยังคิดจะล้วงกระเป๋าอีกหรือ อยากโดนซ้อมนักใช่ไหม?!”
เฉาเฟยออกแรงที่แขน บิดข้อมือของอีกฝ่ายขึ้นอย่างรวดเร็ว
แขนทั้งข้างของชายหนุ่มผอมแห้งถูกบิดไพล่หลัง เขาถูกบังคับให้คุกเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ
“เจ็บ! เจ็บ! ปล่อย! รีบปล่อยสิ!”
ชายหนุ่มผอมแห้งร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
ไหล่เกินเพิ่งได้สติกลับมา เมื่อเห็นใบมีดบนพื้นกับถุงผ้าที่ถูกกรีดเป็นรอยตื้น ๆ ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
“ขโมย! มีคนกรีดถุงขโมยของ!”
ไหล่เกินกรีดร้องด้วยความขวัญเสีย
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนพากันหยุดฝีเท้า ไม่นานก็ล้อมเป็นวงใหญ่
ชายเสื้อลายดอกที่เป็นคนชน เมื่อเห็นพรรคพวกถูกจับ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
