เสียงฝ่ามือตบดังฉาดก้องไปทั่วห้องเกมที่อึกทึก ผู้คนรอบข้างต่างพากันหันมามอง
ศีรษะของเฉินรั่วซงสะบัดไปด้านหนึ่งหลังถูกตบ มุมปากมีเลือดซึมออกมาทันที ใบหน้าครึ่งซีกบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว เฉาเฟยก็ฟาดมือกลับมาตบเขาอีกฉาด
“เพียะ!”
ฝ่ามือทั้งสองครั้งหนักหน่วงจนเฉินรั่วซงล้มคว่ำไม่เป็นท่า
“แกกล้าตบฉันเหรอ?!”
เฉินรั่วซงกุมแก้มที่บวมแดง มองเฉาเฟยอย่างไม่อยากเชื่อสายตาพลางตะโกนใส่
เฉาเฟยมองเขาจากเบื้องสูง แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
“ฉันก็ตบแกนั่นแหละ ไอ้สารเลวที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กลับบ้านกับฉัน!”
ขณะที่เฉาเฟยกำลังจะลากเฉินรั่วซงออกไป หนุ่มผมเหลืองที่ใส่ต่างหูก็ลุกขึ้นยืนขวางทางเดินเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนพี่ชาย” หนุ่มผมเหลืองกวาดตามองเฉาเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า “เรื่องที่พี่ตบคน ผมไม่ยุ่ง แต่ไอ้หนูนี่พนันกับผมไว้ร้อยหยวน ตอนนี้แพ้ไปหนึ่งเกมแล้ว จะไปก็ได้ ทิ้งเงินไว้ก่อน”
เฉาเฟยหยุดฝีเท้าแล้วหันไปมองหนุ่มผมเหลือง “มันติดเงินแกอยู่ร้อยหยวนเหรอ?”
“ใช่แล้ว” หนุ่มผมเหลืองเชิดคางขึ้น “แข่งกันสามเกม ใครชนะสองเกมเป็นฝ่ายชนะ มันแพ้ไปหนึ่งเกมแล้ว ถ้าตอนนี้ยอมแพ้ ก็ต้องจ่ายเงินร้อยหยวนให้ผม”
เฉาเฟยหันไปมองเฉินรั่วซงที่ยังทำหน้าไม่ยอมรับ แล้วกลอกตาอย่างจนใจ
น้องเมียคนนี้ช่วงแรกทำอะไรก็ไม่เอาไหนจริง ๆ แค่เล่นเกมยังโดนหลอกเอาเงินได้!
เฉาเฟยยกมือขึ้นตบลงบนท้ายทอยของเฉินรั่วซงอีกฉาด
“โอ๊ย! ตบฉันอีกทำไม!” เฉินรั่วซงกุมหัวพลางร้องโอดโอย
“ไอ้ไม่ได้เรื่อง” เฉาเฟยผลักเฉินรั่วซงไปด้านข้าง “ดูให้ดี วันนี้ฉันจะสอนแกเล่นเอง”
พูดจบ เฉาเฟยก็ดึงเก้าอี้พลาสติกที่ยังอยู่ในสภาพดีตัวหนึ่งมานั่งหน้าตู้เกมอย่างมั่นคง
หนุ่มผมเหลืองชะงักไป “เดี๋ยวก่อนพี่ชาย หมายความว่ายังไง?”
เฉาเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บอกตามตรง ตอนนี้กระเป๋าไอ้หนูนี่สะอาดยิ่งกว่าอ่างล้างหน้าเสียอีก ส่วนตัวฉันก็ไม่มีเงินสักหยวน มีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ คือฉันจะเล่นต่อแทนมัน ถ้าแกไม่ยอม ฉันก็จะพามันกลับไปตอนนี้ ถือว่าเสมอกัน ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน!”
หนุ่มผมเหลืองสบถทันที “โธ่เว้ย! ไม่มีเงินแล้วจะเล่นแทนมันยังไง คิดว่าฉันโง่หรือไง!”
