เฉินรั่วหลานยกกำปั้นขึ้นทุบอกเขาเบา ๆ หนึ่งที
“คุณนี่นะ ไม่รู้จักทำตัวให้จริงจังบ้างเลย!”
“เอาละ ไม่แกล้งแล้ว” เฉาเฟยคว้ามือน้อยของเธอมาจูบเบา ๆ “นอนเป็นเพื่อนผมดี ๆ สักตื่น อย่าคิดอะไรทั้งนั้น”
“คุณพูดเองนะ ฮึ…ฉันน่ะอยากอยู่แล้ว สามีใจร้าย”
“แฮะ ๆ”
เฉินรั่วหลานเอนกายพิงอกกว้างของเขาอย่างว่าง่าย
เฉาเฟยดึงผ้าห่มผืนบางที่อยู่ข้าง ๆ มาคลุมทั้งสองคน
ไม่นานไออุ่นก็แผ่ขึ้นในผ้าห่ม ผสมกับกลิ่นแชมพูกลิ่นดาวเรืองจาง ๆ จากตัวเฉินรั่วหลาน
เฉาเฟยสูดหายใจลึก รู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้ร่างกายจะถูกมิติบ่อน้ำพุวิเศษปรับปรุงจนมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจก็เป็นเรื่องจริง
หลายวันนับตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ เขามีแต่เรื่องให้ยุ่งตลอดเวลา
ถึงเวลาต้องพักผ่อนให้เต็มที่สักครั้งแล้ว
ตอนนี้มีภรรยาคนสวยอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขน ไม่หลับก็บ้าแล้ว
เฉินรั่วหลานแนบอยู่กับอกของเขา ฟังเสียงหัวใจเต้นหนักแน่น ในใจก็สงบนิ่งเช่นกัน
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองดวงตาที่ปิดสนิทของเฉาเฟย ก่อนมุมปากจะยกเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ
“เฉาเฟย” เฉินรั่วหลานเรียกเสียงเบา
“หืม?” เฉาเฟยยังหลับตาอยู่ เสียงตอบอู้อี้อยู่ในลำคอ
“ขอบคุณนะ” น้ำเสียงของเฉินรั่วหลานจริงจัง “ขอบคุณที่ช่วยพี่ใหญ่ไว้ แล้วก็ขอบคุณที่ดีกับฉันขนาดนี้”
“เป็นผัวเมียกันแล้ว จะพูดเรื่องพวกนี้ทำไม”
เฉาเฟยลูบผมเธอเบา ๆ “เอาละ รีบนอนเถอะ ผมง่วงจะแย่แล้ว”
เฉินรั่วหลานตอบรับ ก่อนจะหลับตาลงอย่างว่าง่าย
เมื่อเสียงหายใจสม่ำเสมอของเฉาเฟยดังอยู่ข้างหู เฉินรั่วหลานก็รู้ว่าเขาหลับไปแล้ว
เธอลืมตาขึ้นอย่างเงียบเชียบ อาศัยแสงรำไรที่ลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามา เพ่งมองชายคนนี้อย่างละเอียด
คิ้วเข้มหนา สันจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่มักมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เสมอ
พูดถึงเรื่องนี้ ตอนแรกที่เฉินรั่วหลานรู้ว่าตัวเองถูกหลอกให้สมรสแทน แม้จะทั้งอับอายและโกรธจนแทบอยากหย่า แต่เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้เธอตัดใจไม่ลงก็คือ…
เจ้าหมอนี่ไม่เพียงร่างกายแข็งแรง หน้าตายังหล่อชะมัด
หล่อกว่าเฉาหยาง พี่ชายแท้ ๆ ของเขาตั้งเยอะ แถมยังดูเป็นชายชาตรีกว่ามาก
