เสียงเอะอะดังเสียจนหวงซิ่วอิงกับโจวเฟิงที่กำลังกินข้าวอยู่สะดุ้งไปตาม ๆ กัน ทั้งคู่หันไปมองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่รู้ตัว
“เธอ... เธอทำอะไรน่ะ? รีบลุกขึ้นมา อย่าร้องไห้เลย ร้องไห้ทำไม เธอยังอยู่ไฟไม่ครบเดือน ถ้าร้องต่อไป ระวังร่างกายจะทรุดเอานะ”
“ถึงเธอจะไม่คิดถึงตัวเอง ก็ควรคิดถึงลูกบ้างสิ ลูกยังเล็ก แถมยังป่วยอยู่ด้วย เธออุ้มเขาออกมาทำไม?”
“ป้าจาง รีบมาช่วยหน่อย อุ้มเด็กไปที”
หวงซิ่วอิงไม่รู้จริง ๆ ว่าเซี่ยเหมยจะคลุ้มคลั่งอะไรอีก คลุ้มคลั่งคนเดียวก็แล้วไป ยังอุ้มลูกมาด้วยอีก
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เธอก็ทนมองต่อไปไม่ไหว รีบวางชามกับตะเกียบแล้วลุกขึ้นไปดึงเซี่ยเหมยให้ยืน
ป้าจางเองก็ไม่รู้ว่าเซี่ยเหมยคิดอะไรอยู่
เธอรีบเข้ามาช่วยอุ้มเด็กด้วย กลัวว่าเด็กที่ร่างกายอ่อนแอ ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่แล้วจะถูกแม่แท้ ๆ อุ้มเขย่าจนทรุดหนักกว่าเดิม แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลอีก
“แม่คะ พ่อคะ ช่วยคังคังด้วย”
เซี่ยเหมยไม่ยอมลุกขึ้นไม่ว่าจะอย่างไร กอดลูกที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นไม่ยอมปล่อย
“ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยพูดกับเซี่ยเถาดี ๆ ให้เธอมอบยาที่ช่วยคังคังได้ออกมา ขอแค่เธอยอมให้ของชิ้นนั้น ต่อให้ฉันต้องคุกเข่าขอโทษหรือยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ก็ได้”
“มีอะไรก็ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ อย่าเอาแต่ร้องไห้ อย่าเอาแต่คุกเข่า ทำแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าตระกูลโจวรังแกลูกสะใภ้กันพอดี”
