เซี่ยเหมยหยุดร้องไห้ มองโจวเฟิงทีหนึ่ง แล้วหันไปมองหวงซิ่วอิงอีกที ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็กลับเข้าห้องไป
“ได้ค่ะ งั้นหนูกลับห้องก่อนนะคะ พ่อค่อย ๆ คุยกับแม่ดี ๆ นะคะ”
พอได้ยินเช่นนั้น หม่าเสี่ยวหลานก็รีบตักกับข้าวที่ตัวเองชอบใส่ชาม ก่อนที่พ่อแม่สามีจะทันเอ่ยปากไล่
เธอตักจนพูนชาม แล้วยังใช้ตะเกียบกดข้าวกับกับข้าวให้แน่น ก่อนจะโปะเพิ่มขึ้นไปอีก จนกลายเป็นกองเล็ก ๆ เหมือนภูเขา พอใส่ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ถึงได้หาเหตุผลส่ง ๆ แล้วไปกินข้าวกับพวกป้าจางทางห้องครัว
จะให้เธอวางชามกับตะเกียบลงน่ะเป็นไปไม่ได้ เธอยังกินไม่อิ่มเลย
“เอ่อ พ่อ แม่ค่อย ๆ กินกันนะคะ หนูไปก่อนล่ะ”
หวงซิ่วอิง: “...”
คนตะกละยังดีกว่าคนหาเรื่อง เธอยอมมีลูกสะใภ้แบบหม่าเสี่ยวหลานเพิ่มอีกสองคน ดีกว่าจะมีเซี่ยเหมยเพิ่มมาอีกคน
“ไปเถอะ ไปเถอะ” หวงซิ่วอิงโบกมือ
เมื่อได้รับอนุญาต หม่าเสี่ยวหลานก็หอบชามกับตะเกียบวิ่งหายวับไปทันที
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว ในห้องรับแขกก็เหลือเพียงหวงซิ่วอิงกับโจวเฟิงสองสามีภรรยา
“พูดมาเถอะ คุณมีอะไรจะบอกฉัน?”
“ขอพูดดักไว้ก่อนนะ เสี่ยวเหย่ต่างหากที่เป็นลูกแท้ ๆ ของเรา เถาเถาก็เป็นลูกสะใภ้แท้ ๆ ของเรา แถมยังเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณหลิวด้วย คุณอย่าลำเอียงเกินไปล่ะ”
