ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
โจวเฟิงซึ่งทำงานอยู่ในกองทัพได้รับโทรศัพท์จากภรรยา เขารีบให้พลทหารคนสนิทขับรถจี๊ปพาไปที่โรงพยาบาลทันที
พอไปถึง เขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องผู้ป่วยหนักโดยตรง
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ โจวหวยกับหวงซิ่วอิงเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอด ยังมีหมอและพยาบาลอีกหลายคนคอยดูแลอยู่ด้วย
“เป็นยังไงบ้าง เด็กคนนั้นเป็นยังไง มีอะไรน่าเป็นห่วงไหม” โจวเฟิงรีบเข้าไปถามหวงซิ่วอิง
ดูเหมือนหวงซิ่วอิงเพิ่งร้องไห้มา เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาตรงหางตา ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยเสียงสะอื้น
“หมอบอกว่า...ต้องให้อยู่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการสามวัน ถ้าผ่านสามวันนี้ไปได้อย่างปลอดภัยก็ดี แต่ถ้าไม่...คงมีโอกาสรอดน้อยมาก”
เธอเข้าไปดูเด็กคนนั้นมาแล้ว
ร่างเล็ก ๆ นอนอยู่ในตู้อบ ลมหายใจแผ่วเบา เนื้อตัวเขียวช้ำไปหมด มองแล้วน่าตกใจ ราวกับอีกประเดี๋ยวเดียวก็จะหยุดหายใจ
อุปกรณ์อย่างตู้อบมีอยู่ในเมืองหลวงเพียงไม่กี่เครื่อง หนึ่งในนั้นบังเอิญอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้พอดี
ค่าใช้ตู้อบให้เด็กอยู่ข้างในหนึ่งคืนไม่ใช่ถูก ๆ อย่างน้อยคืนละ 80-90 หยวน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น
โชคดีที่นี่เป็นโรงพยาบาลของเขตทหารในเมืองหลวง หากเป็นที่อื่น หรือเป็นเขตทหารที่เสี่ยวหวยกับคนอื่น ๆ เคยประจำอยู่ก่อนหน้านี้ เกรงว่าคงไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีพอจะช่วยเด็กคนนี้
