เผลอแป๊บเดียว หลายวันก็ผ่านไปแล้ว
ร่างกายของโจวเหย่กำลังค่อย ๆ ฟื้นตัว นอกจากขาที่ยังใส่เฝือกและลงจากเตียงไม่ได้แล้ว ส่วนอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ปกติเขาเป็นคนชอบขยับตัว จะให้เอนหลังอยู่บนเตียงทุกวันแบบนี้ ก็แทบไม่ต่างจากตายทั้งเป็น
เซี่ยเถาเห็นเขาเป็นแบบนี้ จึงจัดการสั่งหนังสือพิมพ์มาส่งทุกวัน แถมยังหอบหนังสือมาหลายเล่ม วางลงตรงหน้าชายหนุ่ม
“เห็นว่าตอนนี้คุณว่างอยู่แล้ว ลองอ่านหนังสือพิมพ์หรือหนังสือดูไหม”
“อ่านหนังสือให้มาก จะได้มีความรู้เพิ่ม ย่อมเป็นเรื่องดีทั้งนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่คิดถึงตอนลูกเข้าโรงเรียนแล้วต้องช่วยดูการบ้าน อย่างน้อยก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง”
“คุณน่ะดีไปหมดทุกอย่าง แค่ยังขาดความรู้ไปสักหน่อย ถึงฉันจะรู้ว่าคุณพยายามมาก แต่เราก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้ เรื่องไหนควรรีบทำก็ต้องรีบทำ”
โจวเหย่คิดดูก็เห็นด้วย ถึงตอนนี้เขาจะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ด้วยความสามารถของตัวเองก็เถอะ
แต่ตอนนั้นเขาเรียนอยู่แค่เดือนเดียว แถมในช่วงเดือนนั้นยังเลือกอ่านแต่เนื้อหาสำคัญที่ออกสอบ หลายอย่างก็แค่เรียนเอาตัวรอดให้ผ่านข้อสอบเท่านั้น
เทียบกับคนอื่นที่เรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายมาอย่างจริงจังแล้ว เขายังตามหลังอยู่ไม่น้อย
สมแล้วที่มีภรรยาการศึกษาสูง ไม่ว่าเมื่อไรที่มีเวลาว่าง เธอก็คอยดูแลให้เขาอ่านหนังสือ ทั้งยังเป็นครูสอนให้เขาได้ด้วย
“ได้ เถาเถา ช่วยเลือกหนังสือให้ผมสักสองสามเล่มนะ ช่วงนี้ผมจะอ่านหนังสือพิมพ์กับหนังสือ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามคุณ” โจวเหย่พยักหน้าอย่างจริงจัง
