โจวอวิ๋นเองก็ดูเหมือนไม่คิดว่าจะได้พบหม่าเสี่ยวหลานที่นี่
สีหน้าเขาดูผิดปกติเล็กน้อย ก่อนจะโยนปิ่นโตในมือไว้หน้าห้องผู้ป่วยอย่างส่ง ๆ แล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไป
หม่าเสี่ยวหลานยืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงวิ่งหนี เธอรีบสาวเท้าตามไปโดยไม่ทันคิด
“หยุดนะ หยุด! คุณจะไปไหน?”
ยิ่งเธอร้องเรียกและไล่ตาม โจวอวิ๋นก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น
คนหนึ่งเป็นคนธรรมดา ส่วนอีกคนเป็นทหารที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน
ถ้าเขาไม่อยากให้เธอตามทัน แล้วเธอจะไล่ทันได้อย่างไร เพียงพริบตาเดียวก็ไม่เห็นเงาของโจวอวิ๋นแล้ว
หม่าเสี่ยวหลานวิ่งจนหอบ แทบตามต่อไม่ไหว จึงมองไปยังจุดที่โจวอวิ๋นหายลับไป พลางพิงกำแพงหอบหายใจ
ถึงจะซื่อบื้อแค่ไหน เธอก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้กำลังหลบหน้าเธอชัด ๆ
แต่ทำไมล่ะ? เธอไม่ได้กินคนเสียหน่อย
พอนึกถึงปิ่นโตหลายใบที่โจวอวิ๋นทิ้งไว้หน้าห้องพักผู้ป่วยของโจวหวยเมื่อครู่
หม่าเสี่ยวหลานก็เม้มริมฝีปาก ก่อนจะเดินย้อนกลับไป
ก้มมองอีกครั้ง ปิ่นโตหน้าประตูหายไปแล้ว เธอจึงยกมือเคาะประตู
ประตูเปิดออก
หวงซิ่วอิงเห็นสะใภ้คนเล็กยืนอยู่ด้านนอก ก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“เสี่ยวหลาน มาทำอะไรหรือ?”
“แม่คะ หนูได้ยินว่าพี่ใหญ่กับพี่รองเกิดเรื่อง เลยมาโรงพยาบาลดูค่ะ” หม่าเสี่ยวหลานเหลือบมองเข้าไปในห้องผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว
“จริงสิคะแม่ แม่เห็นเสี่ยวอวิ๋นไหม? เสี่ยวอวิ๋นเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
หวงซิ่วอิงเข้าใจแล้ว ที่แท้ไม่ได้มาเยี่ยมคนป่วย แต่มาตามหาคนต่างหาก นางยิ้มเล็กน้อย
