“คุณก็ควรคิดแบบนั้นให้ได้” หวงซิ่วอิงปรายตามองสามี
“อย่าลืมสิ ตอนนั้นคุณเป็นคนพูดกับฉันเองว่า หลายปีมานี้พวกเราติดค้างเสี่ยวเหย่ไว้มากแค่ไหน จะชดเชยให้ลูกของเสี่ยวเหย่”
“อย่าทำให้เด็กต้องเสียใจล่ะ”
“อีกอย่าง เสี่ยวเหย่ไม่ได้มีลูกแค่คนเดียวนะ เขามีลูกสองคน ทั้งผิงผิงและอันอันต่างก็แซ่โจว เลือดในตัวพวกเขาก็เป็นสายเลือดตระกูลโจวของเราเหมือนกัน”
โจวเฟิงถอนหายใจ เขาถูกบ่นจนปวดหัวไปหมด จึงยกมือขึ้นนวดขมับ
“รู้แล้ว ๆ”
……
เซี่ยเถารออยู่ในห้อง รอแล้วรอเล่าอยู่นาน น้ำแกงไก่ก็หมดแล้ว นมของเด็กทั้งสองคนก็ป้อนเรียบร้อย
แต่ก็ไม่มีใครมาหา กลับกัน ข้างนอกยังเงียบลงไปอีก
เธอยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ ปกติช่วงเวลานี้พ่อแม่สามีน่าจะเข้านอนกันแล้ว ถ้าตอนนี้ยังไม่มา ก็คงไม่มาแล้วล่ะ
“ป้าหยาง ออกไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
ป้าหยางพยักหน้าแล้วออกไปดู พบว่าในห้องรับแขกไม่มีใครอยู่แล้ว ส่วนอาหารบนโต๊ะก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาด
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปดูในครัวอีกครั้ง แล้วก็เห็นป้าจางกำลังล้างจานและเก็บชามตะเกียบอยู่ที่นั่นจริง ๆ
ป้าหยางขยับเข้าไปใกล้แล้วถามเสียงเบา
“ป้าจาง เมื่อกี้ในห้องรับแขกไม่ได้เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?”
“ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรหรอก” ป้าจางถอนหายใจ
บทสนทนาระหว่างหวงซิ่วอิงกับโจวเฟิงเมื่อครู่ เธอที่อยู่ในครัวก็ได้ยินมาบ้าง
บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่คนรับใช้ในบ้านอย่างพวกเธอจะเข้าไปยุ่งได้ พวกเธอทำงานของตัวเองให้เรียบร้อยก็พอ อย่าเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของเจ้าของบ้านเลย
ป้าหยางซักถามพอเป็นพิธี ก่อนจะรีบกลับไป
