หลังจากออกจากโรงอาหาร ซือเริ่นก็กำลังจะกลับไปที่ตึกสำนักงาน
ลู่หลิงตั้งใจจะจูงมือเสี่ยวสุ่ยเดินออกไป แต่จู่ๆ ก็ถูกเขาคว้ามือไว้
ลู่หลิงหันไปมองเขา “มีอะไรเหรอ”
ซือเริ่นไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เชิดคางไปทางอีกฝั่งหนึ่ง
มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเขย่งปลายเท้า หอมแก้มมนุษย์สัตว์กระทิงไปหนึ่งที
ทั้งคู่แก้มแดงเรื่อ หญิงสาวพูดเสียงเบาแผ่ว “งั้นนายตั้งใจทำงานนะ ฉันพาลูกกลับบ้านแล้ว”
มนุษย์สัตว์กระทิงลูบหลังมือเธอ “อื้ม”
“ลูกจ๋า บ๊ายบายคุณพ่อ”
เด็กหญิงตัวน้อยไว้ผมเปียเขากระทิงน่ารักสองข้าง พูดด้วยเสียงอ่อนเยาว์ว่า “บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ”
มนุษย์สัตว์กระทิงลูบเปียเล็กๆ ของเธอ “กลับบ้านเถอะ ตอนเย็นพ่อจะเอาบะหมี่เย็นมาให้กิน”
“ดีเลยค่ะ”
ซือเริ่นจ้องมองลู่หลิงด้วยสายตาล้ำลึก นิ้วเกี่ยวอยู่ที่ข้อมือเธอ ไม่ยอมปล่อย
สมองของลู่หลิงชะงักไปชั่วขณะ หลุดพูดออกมาว่า “บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ!”
ซือเริ่นชะงักไปครู่หนึ่ง รูม่านตาสีทองเข้มขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย
ลู่หลิงยิ้ม เขย่งปลายเท้าจุ๊บที่มุมปากของเขา “เจอกันตอนเย็น”
ซือเริ่นก้มศีรษะลง กระซิบข้างหูของลู่หลิง ด้วยน้ำเสียงที่เบาจนมีเพียงคนสองคนได้ยิน “คำเรียกนั้น ไว้เรียกตอนกลางคืน”
พูดจบซือเริ่นก็หมุนตัวเดินจากไป แผ่นหลังในชุดทหารที่เรียบตรงหายเข้าไปในประตูตึกใหญ่
ทิ้งให้ลู่หลิงที่แก้มแดงขึ้นเรื่อยๆ ยืนสับสนอยู่กลางสายลม
เสี่ยวสุ่ยกอดลู่หลิงแน่น หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งเอนหน้าเข้ามา “โอ้โห~หัวหน้าสือพูดอะไรน่ะ หน้าเธอร้อนจนแดงเชียว”
