“ยาสลบของนายหมดฤทธิ์แล้วแน่ ๆ ใช้อันนี้ของฉัน”
จากนั้นก็มีเสียงงัดแงะค้นหาของไปทั่ว ตื่นคนนั้นน่าจะกำลังเตรียมฉีดยาสลบให้สือเริ่น ลู่หลิงไม่ฟังต่อแล้ว
ผู้ฝึกสัตว์หญิงในปากของตื่นแปลกหน้า น่าจะหมายถึงตัวเธอเอง
เขารู้ได้ยังไงว่าเธอคือผู้ฝึกสัตว์หญิงที่ว่า?
แล้วผู้ฝึกสัตว์นี่สามารถควบคุมตื่นได้จริง ๆ หรือ เอามาใช้เป็นประโยชน์ได้?
ถ้าอย่างนั้นก็เข้าใกล้เป้าหมายการถอนเงินสดไปอีกขั้นสิ?
ลู่หลิงตัดสินใจจะออกไปพิสูจน์ดูทีหลัง
เธอเปิดฝักบัว วินาทีที่น้ำอุ่นรดทั่วร่าง เธอแทบครางออกมาอย่างสุขสม
สบายตัวเกินไปแล้ว คราบสกปรกบนร่างถูกชะล้างหมดจด ไหลลงท่อไปตามสายน้ำ
น้ำอุ่น สบู่เหลวสะอาด เธอค่อย ๆ สางผมที่พันกันเล็กน้อยออก แล้วชำระล้างทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า
ที่สือเริ่นให้เธอเป็นชุดเสื้อผ้าหลวม ๆ ของเขา เสื้อยืดแขนสั้นพอใส่แล้วชายเสื้อเกือบถึงเข่า
กางเกงใหญ่เกิน ใส่แล้วหลุดร่วงลงเรื่อย เธอเลยไม่ได้ใส่
ก่อนออกจากประตู เธอได้ยินตื่นแปลกหน้าคนนั้นถามสือเริ่นว่า “เป็นไงบ้าง ฉีดยาสลบแรงสูงเข้าไป คนสร่างหรือยัง?”
สือเริ่นตอบว่า “อืม ฉันรู้สึกสดชื่นดี”
“ดีมาก แบบนี้แกก็จะไม่ถูกเธอดึงดูดอีก”
ลู่หลิงเปิดประตู ตัวเปียกชื้น หยดน้ำจากปลายผมไหลลงข้างคอแล้วค่อย ๆ ไหลลงมา เรียวขาขาวดั่งหยกเปลือยเปล่าใต้เสื้อ
ไม่ถึงวินาที เธอถูกผ้าห่มผืนยาวคลุมทั้งร่าง สือเริ่นห่อเธออย่างแน่นหนาไม่ให้เห็นเนื้อตัว
เขาส่งสายตาข่มขู่ให้คนบนโซฟา
“ฉันขอเตือนอย่ามองเธอ เธอเป็นของฉัน”
คนที่นั่งบนโซฟาคือตื่นผมดำ ดวงตาสีเขียวเข้ม ผิวสีน้ำผึ้ง เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับความดิบเถื่อน แค่มองก็เหมือนถูกดูดเข้าไป
ลู่หลิงรู้สึกเหมือนตัวเองทะลุมิติมาโลกของนายแบบสุดยอด ผู้ชายรูปงามขั้นเทพทุกคน
แต่ที่เขาพูดนั้นไม่น่าฟังนัก “นายเป็นบ้าหรือ ใครจะอยากมองผู้ฝึกสัตว์กัน”
เขาหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง มองสำรวจสือเริ่น “เฮ้ย นายสร่างขึ้นมาบ้างยังวะ เข็มยาสลบฉันนี่ของปลอมหรือเปล่า”
สือเริ่นทำเหมือนไม่ได้ยิน ห่มลู่หลิงเสียแน่นหนาจนลมเข้าไม่ได้ แล้วอุ้มนางขึ้นชั้นบน
วางลู่หลิงลงที่ข้างเตียง แล้วฉีกแรปพลาสติกหุ้มเท้าเธอออก “อึดอัดแย่ สูดอากาศหน่อย”
“ขอบคุณค่ะ” ลู่หลิงถาม “เขาเป็นสมาชิกในทีมคุณเหรอ”
“ใช่ เขาคือมู่เซียว”
นอกจากชื่อรหัสแล้ว สือเริ่นไม่ได้ให้ข้อมูลอื่น ดูเหมือนไม่อยากให้ลู่หลิงไปสนใจตื่นคนอื่น
ลู่หลิงก็เลยไม่ถามต่อ
อยู่ ๆ สือเริ่นก็ยื่นหินพลังงานระดับสูงสีสันต่าง ๆ ออกมากำหนึ่ง ถวายให้ในมือนางด้วยความศรัทธา “พวกเราออกมาทำภารกิจ ไม่ได้เอาหินพลังงานมาติดตัวมาก นี่คือทั้งหมดที่ฉันมีตอนนี้ ให้เธอหมดเลย”
รวยแล้ว!
ตาลู่หลิงเป็นประกาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นหินพลังงานระดับสูงมากมายขนาดนี้ น่าจะแลกของได้ไม่น้อย คนธรรมดากินใช้ได้สามปีสบาย ๆ
แต่นั่นเป็นราคาเมื่อร้อยปีก่อนนะ ตอนนี้คงเงินเฟ้อไปแล้วมั้ง?
สือเริ่นหาเสื้อคลุมมาตัวหนึ่ง เก็บหินพลังงานทั้งหมดใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อคลุมอย่างเรียบร้อย
เธอใส่เสื้อคลุมกับเสื้อยืดของสือเริ่น ดูตัวเล็กลงไปอีก เหมือนเด็กแอบใส่เสื้อผู้ใหญ่
สือเริ่นรู้สึกพึงพอใจยิ่ง ร่างกายของเธอถูกกลิ่นของเขาห้อมล้อมไว้อย่างแน่นหนา
ลู่หลิงมองหูตื่นสีขาวอมชมพูของสือเริ่นที่สั่นนิด ๆ อดถามไม่ได้ว่า “หูของคุณน่ารักจังเลย ขอจับได้ไหมคะ”
ลูกกระเดือกสือเริ่นขยับ “ได้ครับ แต่พอลูบแล้วจะ...”
ยังพูดไม่ทันจบ มือของลู่หลิงก็ลูบขึ้นมาแล้ว
นุ่มฟู สัมผัสดีอย่างเหลือเชื่อ รู้สึกถึงความอุ่นเล็กน้อย
หน้าสือเริ่นแดงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด
เขาอดใจไม่ไหวอีกต่อไป โน้มตัวลงมาจูบนางทันที
จูบดื่มด่ำ ปฏิเสธไม่ได้
นานทีเดียว สือเริ่นจึงคลายนางออก มองดวงตาฉ่ำวาวราวน้ำพุแห่งรักของนางอย่างภวังค์
“ขอโทษนะครับ ผม... ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรไป”
ลู่หลิงจุ๊บริมฝีปากเขาสองที แล้วแอบลูบที่ซิกแพ็กเขาเบา ๆ “ไม่เป็นไรหรอก”
สือเริ่นจูงฝ่ามือนางขึ้นมา จุมพิตลงทีละครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความทะนุถนอม
“ผมพาเธอลงไปกินข้าว”
มู่เซียวกินข้าวกล่องอุ่นร้อนเองอยู่แล้ว กลิ่นหอมของกับข้าวร้อน ๆ ฟุ้งไปทั่วทั้งชั้นล่าง
ลู่หลิงกลืนน้ำลาย เธอนอนอยู่ในพงหนามมาหลายวันหลายคืน ท้องหิ่วมานาน กลิ่นข้าวปลาปกติเช่นนี้กระตุ้นต่อมความหิวของเธอออกมาหมด
สือเริ่นดูเหมือนจะเข้าใจความต้องการของเธอ หยิบข้าวกล่องอุ่นร้อนจากล็อกเกอร์หมายเลข 01 ของเขาเตรียมให้เธอ
ลู่หลิงเห็นสือเริ่นยื่นข้าวกล่องอุ่นร้อนกล่องเดียวให้ตรงหน้าเธอก็เข้าใจทันที
เขาคงเอาโควต้าของตัวเองมาให้เธอ
ทีมของพวกเขามีทรัพย์สินมากมายในฐาน แต่เวลาออกภารกิจเบิกจ่ายตามโควต้า หยิบใช้ได้ตามสะดวก เสบียงอาหารกำหนดต่อมื้อ มีแค่พลังงานแท่งที่อิ่มท้องกับสะดวกเท่านั้นที่ไม่อั้น
สือเริ่นทำไม่ยี่หระ ฉีกซองพลังงานแท่งคุณค่าสองแท่งนั่งแทะแห้ง ๆ อยู่ข้าง ๆ
ลู่หลิงสะกดกลั้นความหิวกับความอยาก กินข้าวกล่องอุ่นร้อนไปแค่ครึ่งหนึ่ง เงยหน้ายิ้มแล้วบอกว่า “ฉันอิ่มแล้วค่ะ”
พูดจบก็ดันข้าวกล่องอุ่นร้อนไปให้
สือเริ่นบอกว่า “ผมไม่หิว กินให้หมดเถอะ”
ลู่หลิงส่ายหน้า “กินอีกก็จุกแล้ว”
สือเริ่นจึงรับมา แล้วกินข้าวกล่องอุ่นร้อนที่เธอเหลืออยู่นี้จนหมดสิ้น ไม่เหลือข้าวสักเม็ด
ตกเย็น สือเริ่นพาลู่หลิงไปอาบน้ำล้างหน้า ยังดีที่บนรถยังมีเครื่องใช้สำหรับล้างหน้าฟันสำรองอยู่หนึ่งชุด
นี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบนานมากที่นางได้ใช้ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสมัยใหม่
“คฤหาสน์” ที่พวกเขาอยู่นี้ แทบทำให้ลู่หลิงรู้สึกว่าวันสิ้นโลกน่าขนลุกไม่ได้มาถึงเลย มนุษย์ไม่ต้องหลบซ่อนเร้น แต่ความจริงหาใช่เช่นนั้นไม่
นอกหน้าต่างรถ เงาผีต่าง ๆ เงื้อมมือขยุ้มไขว่คว้า แม้กระทั่งเสียงคำรามโหยหวนยังได้ยิน ราวกับวิญญาณนับไม่ถ้วนกำลังพลุ่งพล่านอยู่ในนรก
คนธรรมดาที่จะมีชีวิตอยู่รอดนั้นยากเกินไปแล้ว
อาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ลู่หลิงขึ้นชั้นบน
มู่เซียวหันหลังให้พวกเขาหลับอยู่ด้านในสุดแล้ว
เขานอนเปลือยท่อนบน ผิวสีน้ำผึ้ง แผ่นหลังกว้างงาม กล้ามเนื้อลาดเอียงลื่นไหลเต็มแน่น ดั่งเสือดาวที่หมอบรอ
ลู่หลิงมองแค่แวบเดียว สือเริ่นก็เอาผ้าปูที่นอนคลุมร่างเขาจนมิดชิด กระทั่งเส้นผมยังไม่โผล่ออกมา
นางนอนลงข้าง ๆ สือเริ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
สือเริ่นถูกกลิ่นของนางดึงดูด ร่างกายเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนเพียงแค่ลู่หลิงดำรงอยู่ เขาก็รู้สึกว่าเลือดทั่วร่างพลุ่งพล่าน ร่ำร้อง
“ลู่หลิง...”
ในคืนมืด เสียงของสือเริ่นเบามาก
ลู่หลิงครางอืมในลำคอเบา ๆ
วินาทีถัดมา ลู่หลิงตกเข้าไปในอ้อมกอดอันเร่าร้อนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชายชาตรี
“ได้ไหมครับ”
ใช้ร่างกายแลกโอกาสมีชีวิตรอด
ในวันสิ้นโลกมีเรื่องเช่นนี้เป็นปกติ
ตอนนี้เธอหมดข้อต่อรองอะไรแล้วทั้งสิ้น แค่พาตัวเองออกไปข้างนอก วิญญาณประหลาดนับไม่ถ้วนก็จะรุมกัดกินเธอเป็นชิ้น ๆ ทันที
ลู่หลิงยิ้มขมขื่นในคืนมืด “ได้ค่ะ”
“ลู่หลิง...”
สือเริ่นสูงใหญ่เกินไป เขาแทบขดร่างยักษ์ทั้งตัว เอาลู่หลิงห่อไว้ในพื้นที่ปลอดภัยของตนอย่างทะนุถนอม
เหมือนเด็กน้อยกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรด ยากจะวางลง ซุกศีรษะลงข้างลำคอนาง สูดหายใจลึก
ลู่หลิงรออยู่นาน ก็ไม่เห็นเขาทำอะไรต่อไป
ที่แท้ที่เขาถามว่า “ได้ไหม” ก็แค่ถามว่าจะกอดนางได้หรือเปล่า
จริง ๆ เลย...
หนุ่มซิงบริสุทธิ์มาจากไหนกัน อารมณ์เธอเสียเปล่า
ลู่หลิงแหงนหน้าขึ้นจูบคางเขาเบา ๆ ลมหายใจของสือเริ่นก็หนักหน่วงขึ้นทันที
ลู่หลิงกระซิบที่ข้างหูเขา เสียงกดต่ำมาก “ฉันยังไม่ได้ถามคุณเลยนะ ทำไมถึงชอบฉันมากขนาดนี้”
ในคืนมืด รูม่านตาสีทองของสือเริ่นเหมือนเปล่งประกายจาง ๆ “ผมก็ไม่รู้ เพียงเห็นคุณ ผมก็เหมือนเป็นบ้า ไปทั้งตัวไม่ถูกเลย ต้องแนบชิดคุณไว้ตลอด ถึงจะรู้สึกสบาย”
【ช่วงติดสัดของตื่นมาถึงแล้ว ถูกกลิ่นของคุณดึงดูดเข้าล่ะ】
อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในหัว!
ลู่หลิงตื่นตัวทันที
ใครพูด?
【สวัสดี ฉันคือระบบ 00 ของคุณ】
“ระบบ? นิ้วทอง?”
【พอจะเข้าใจแบบนั้นก็ได้นะ*͈ᴗ͈ˬᴗ͈ෆ】
“มีอีโมจิด้วย...”
【◍˃ᵕ˂◍】
ลู่หลิงหัวเราะในใจ แล้วกลับเข้าเรื่อง “ถ้าสือเริ่นพ้นช่วงติดสัดไปแล้วจะเป็นอย่างไร”
【เขาก็จะไม่เกิดพลังพิเศษแปรปรวนอีก แล้วจึงสงบลง จะไม่หมกมุ่นครอบครองคุณ ปรารถนาคุณอีก】
“งั้นที่ตอนนี้เขาชอบฉันทั้งหมด ก็แค่เพราะถูกผลจากช่วงติดสัดที่ทำให้พลังพิเศษแปรปรวนงั้นหรือ”
【อธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็คืออย่างนั้น】
“อ้อ แล้วคุณอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ว่าผู้ฝึกสัตว์หญิง ผู้รับช่วงคืออะไร”
【เป็นอย่างนี้นะ โลกที่คุณอยู่ตอนนี้ เป็นโลกหลังจากนี้อีกร้อยปี วิญญาณประหลาดถูกควบคุมได้ระดับหนึ่ง ทั้งปีแบ่งเป็นฤดูปลอดภัยกับฤดูอันตราย ตอนนี้คือฤดูปลอดภัย (แค่ค่อนข้างปลอดภัยเท่านั้น)
โลกนี้กลายเป็นโลกที่มนุษย์กลายพันธุ์อสูรปกครองหมดแล้ว พวกตื่นทั้งหมดเป็นชาย สามารถแปลงร่างเป็นอสูรได้
ส่วนผู้หญิง หรือก็คือเพศเมีย ในโลกนี้ยิ่งน้อยลงทุกที หายากมาก เพศเมียถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ผู้รับช่วงหญิง สามารถรับช่วงพลังพิเศษจากตื่นชายได้ ยิ่งรับช่วงมากเท่าไหร่ ภายหลังก็จะพัฒนาเป็นผู้มีพลังพิเศษ ปลุกพลังทักษะพลังพิเศษของตัวเอง
ผู้ฝึกสัตว์หญิง นอกจากจะรับช่วงพลังพิเศษได้แล้ว ยังสามารถบอกใบ้ทางจิตแก่ตื่นชาย ในระดับพลังจิตสูงที่สุด ถึงขั้นควบคุมตื่นให้พลีชีวิตเพื่อคุณได้】
“พวกเขารู้จากที่ไหนว่าฉันเป็นผู้ฝึกสัตว์”
【ก็ปานรูปจันทร์บนข้อมือคุณยังไง ก็ปานที่คุณมีติดตัวมาแต่เล็กนี่แหละ พอคุณฝึกสัตว์ตื่นตัวใดแล้ว บนข้อมือของตื่นคุณก็จะมีปานรูปจันทร์เพิ่มขึ้นด้วย】
【เดี๋ยวนะ ฉันขอดูก่อน】
【คุณมีภารกิจแล้ว!】
【ภารกิจระบบ: ฝึกสือเริ่น
รางวัลภารกิจ: พื้นที่กว้างหมื่นตร.ม. เพดานสูงเก้าเมตร (มีฟังก์ชันถนอมอาหาร)】
พื้นที่หมื่นตร.ม.!
นี่มันคลังสินค้าระดับอุตสาหกรรมเคลื่อนที่ขนาดใหญ่เลยนะ!
รางวัลภารกิจนี่ชวนใจเต้นแรงจริง ๆ
ลู่หลิงถามทันที “ฝึกเขายังไง”
【พูดง่าย ๆ ก็คือได้เสียกับเขา】
“เธอว่า... ถ้าตอนนี้เขาอยู่ในช่วงติดสัดแล้วฉันได้ตัวเขามา ถือว่าฉวยโอกาสตอนเขาลำบากไหม”
【ฉันบอกว่าถือ แล้วเธอจะไม่เอาหรือ】
“ก็ต้องเอาสิ พลาดทีนี้แล้วจะไปหาที่ไหนอีก”
【(՞⸝⸝o̴̶̷̥̫᷅o̴̶̷᷄⸝⸝՞)】
【สมกับเป็นโฮสต์ที่ฉันเลือกเลย ไปเลย!】
“เขาเนื้อตัวสะอาดไหม จะไม่มีคิดถึงคนรักอื่นตอนสร่างจากช่วงติดสัดแล้วใช่ปะ”
【วางใจเถอะ เป้าหมายฝึกสัตว์ทั้งหมดของคุณผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด ถ้าจิตใจกับเนื้อตัวเขาดันมีความไม่สะอาดแม้แต่นิด ฉันจะงอกธงหัวกับรองเท้าก้านบัวออกมาจับเขาถ่วงน้ำเดี๋ยวนี้เลย!】
“ดีเลย ฉันชอบคนสะอาด”
จู่ ๆ ลู่หลิงก็เงยหน้าขึ้น โอบเขาไว้แล้วจูบ
สือเริ่นทั้งร่างนิ่งค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
มือของลู่หลิงล้วงเข้าไปทางชายเสื้อเขาแล้ว
สือเริ่นกำข้อมือนางไว้ เสียงแหบพร่าไม่เหมือนเดิม “คุณคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ”
เสียงของลู่หลิงนุ่มราวกับมารร้ายกำลังล่อลวง “สิงโตขาวมองในที่มืดเก่งไหม คุณมองเห็นฉันตอนนี้ไหม”
มือของลู่หลิงคลำไปถึงลูกกระเดือกเขา รับรู้ถึงการกลืนน้ำลายที่รุนแรงนั้น
สือเริ่นเสียงแหบ “ผมมองคุณ เห็นชัดแจ๋ว”
เขาสามารถเห็นดวงตาคู่หนึ่งของลู่หลิงที่เหมือนน้ำ เห็นริมฝีปากที่เขาจูบจนบวมแดงเล็กน้อย
นิ้วของลู่หลิงเลื่อนไปที่มุมปากสือเริ่น “งั้นตอนนี้คุณว่าฉันไม่สวยแล้วหรือ”
สือเริ่นจูบนิ้วมือนางเบา ๆ เสียงสั่นพร่า “สวย...”
เสียงของลู่หลิงกลายเป็นเสียงลมหายใจแล้ว “งั้นคุณชอบฉันนะ ได้ไหม”
สือเริ่นพ่ายศึกพ่ายทัพ แทบพังพินาศย่อยยับ “ผมชอบ...”
จูบประทับลงมา
เขาโน้มตัวลงมาคร่อม
รู้สึกดีมาก เป็นประสบการณ์สุดขั้วที่ทั้งอ่อนโยนและคลุ้มคลั่ง
ลู่หลิงจูบข้างหูเขา เสียงอ่อนละมุนเหมือนน้ำที่ละลาย “คุณเก่งมากเลย”
สือเริ่นหน้าแดงไปหมด กอดเอวลู่หลิงไว้แน่น “ผมว่ายังไม่พอ”
ทว่าลู่หลิงไม่ตอบเขาแล้ว
นางหลับไปแล้ว เหนื่อยเกินไป
สือเริ่นกระซิบที่ข้างหูนาง เสียงแผ่วเบาราวกับกำลังสารภาพบาปที่เคร่งครัดที่สุด “ขอร้องล่ะ... ยกโทษให้ผมด้วย... ผมรู้สึกว่ายังไม่พอจริง ๆ...”
...