คนเรามักจะจำความฝันตอนใกล้ตื่นได้เสมอ
เหมือนกับลู่หลิงในตอนนี้
เธอจำได้ว่าฟ้าครึ้มด้วยเมฆดำทะมึน พื้นใต้เท้าเต็มไปด้วยพงหนามไร้ที่สิ้นสุด
ไกลออกไปคือค่ายกลั่นกินน่าขนลุก ประตูเหล็กสีเทาดูราวกับปากของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะเขมือบคน
ถลกหนัง เลาะเอ็น ควักกระดูก นั่นยังนับว่าเป็นการปฏิบัติอย่างดี
ที่น่ากลัวคือการทดลองกับมนุษย์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นไอ นึ่งในตู้อบ หรือหลอมในเบ้าหลอม
ลู่หลิงร้องไห้อ้อนวอนต่อหน้าบิดาตัวเอง น้ำตาคลุกเคล้ากับน้ำโคลนไหลอาบแก้ม
"พ่อคะ หนูขอร้อง หนูขอร้องพ่อ อย่าส่งหนูเข้าไปในค่ายกลั่นกินเลย พ่อ หนูยังมีประโยชน์นะ พ่อเชื่อหนูเถอะ!"
แว่นตาของบิดาเธอเปียกโชกจากพายุฝนห่าใหญ่ก่อนหน้านั้นแล้ว เขาคุกเข่าอย่างอนาถในโคลน เข่าจมลงไปในดินเฉอะแฉะ ร่างกายยู่ยี่และค้อมงอ
"หลิงหลิง พวกเราทั้งครอบครัวผิดต่อลูก แต่ถ้าลูกไม่ไป พวกเราทุกคนก็ไม่มีทางรอด ลูกยอมไปดีไหม?"
ลู่หลิงส่ายหน้าระรัวอย่างหมดหนทาง เสียงร้องไห้แหบแห้ง "ไม่...ไม่ใช่ พ่อคะ หนูบอกอะไรให้ เอาหนูไปให้พวกผู้มีพลังพิเศษได้ไหม?
พวกเขาโดนผลสะท้อนจากพลังพิเศษ ก็ต้องการผู้หญิงเหมือนกันนะ หนูขอร้อง! หนูอยากมีชีวิตอยู่! หนูอยากมีชีวิตอยู่!"
บิดาของเธอน้ำตาไหลไม่หยุด เสียงเหมือนถูกอะไรบางอย่างบดขยี้
"ลูกสาว ในยุคนี้ชีวิตมันไม่มีอะไรน่าอยู่หรอก เราทุกคนต้องตายกันหมด แต่น้องชายลูกยังเล็กนัก เราให้ความหวังที่จะมีชีวิตแก่เขาเถอะนะ?
แค่ลูกยอมไปค่ายกลั่นกิน เราก็จะได้หินพลังงานมาซื้อยาให้น้องชาย"
ลู่หลิงปล่อยแขนลงอย่างหมดแรง หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ไม่ร้องขอความเมตตาจากบิดาอีก ราวกับยอมรับชะตากรรม เอ่ยออกมาคำหนึ่ง "ได้"
บิดากลืนเสียงสะอื้นลุกขึ้นยืน หันหลังให้เธอเผยให้เห็นแผ่นหลังค่อมงอ "ไปเถอะ"
ทันใดนั้น บิดาก็รู้สึกถูกต่อยอย่างแรงที่ขมับจากด้านหลัง โลกทั้งใบหมุนคว้างไปหมด สุดท้ายก็ล้มฟาดลงไปในโคลน สาดน้ำโคลนกระจายไปทั่ว
หมัดนั้นแรงเหลือเกินจนร่างกายเขาเริ่มชักกระตุก...
ลู่หลิงหันหลังวิ่งหนี พงหนามเต็มพื้นกรีดแทงเท้าทั้งสองข้างเป็นแผลเหวอะหวะ น้ำโคลนสกปรกซึมเข้าไปในแผลเปิดครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอเจ็บจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
เธอแค่อยากหนี อยากไปให้ไกล อยากมีชีวิตอยู่ต่อ...
【โฮสต์ ระบบตรวจพบอารมณ์ของท่านลดลงอย่างรวดเร็ว ท่านต้องการตื่นขึ้นมารับรางวัลหรือไม่?】
ลู่หลิงลืมตาขึ้น น้ำตาไหลร่วงเป็นเม็ดๆ
"ใช่"
【ยินดีด้วยนะโฮสต์! ภารกิจสำเร็จ ได้รับรางวัลพื้นที่มิติ: พื้นที่มิติขนาดใหญ่ สูง 9 เมตร กว้าง 10,000 ตารางเมตร!
เนื่องจากโฮสต์มีความสามารถในการลงมือทำสูงมาก วินาทีก่อนรับภารกิจ วินาทีต่อมาก็เริ่มทำทันที ดังนั้นจึงมอบรางวัลพิเศษให้โฮสต์: โอกาสหยิบสิ่งของจากระยะไกล 5 ครั้ง!】
ลู่หลิงสูดจมูกถาม "หยิบสิ่งของจากระยะไกล? หมายถึงมองเห็นของแล้วก็เอาเข้าไปในมิติได้เลยเหรอ?"
【ใช่】
"ขอบคุณนะ"
ลู่หลิงหยิบหินพลังงานทั้งหมดออกมาจากกระเป๋าในเสื้อนอก แค่คิดในใจก็เก็บเข้าไปในมิติได้ทั้งหมด
พื้นที่มิติกว้าง 10,000 ตารางเมตร มองไปสุดลูกหูลูกตา ช่างทำให้อุ่นใจเสียนี่กระไร ถึงตอนนี้จะยังว่างเปล่า แต่แค่คิดก็รู้สึกว่าอนาคตสดใส
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังทะเลาะกันลอยมาจากชั้นล่าง
น้ำเสียงของมู่เซียวกดความโกรธเอาไว้ "นายจะกลับไปอธิบายกับพวกเขายังไง? จะบอกว่าไปมีคู่กับผู้ฝึกสัตว์เนี่ยนะ? นายจะให้พวกเรายอมรับผู้ฝึกสัตว์คนนี้ด้วยรึไง?"
น้ำเสียงของสือเริ่นแข็งทื่อ "ไม่มีทาง! เธอเป็นผู้ฝึกสัตว์ของฉัน!"
มู่เซียวหัวเราะเยาะ "ใครเขาสน? ฉันถามนายว่า ที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ว่าในทีมเราจะมีผู้รับช่วงที่เป็นเมียร่วมกันแค่คนเดียว นายลืมหมดแล้วเหรอ?"
สือเริ่นพูด "ตอนนี้ฉันจะเปลี่ยนกฎนี้ ก็รับเมียได้สองคน พวกนายไปหาผู้รับช่วงของตัวเองเถอะ ลู่หลิงเป็นของฉันคนเดียว พวกนายอย่ามาคิด!"
มู่เซียวเงียบไปสองวินาที "...ฉันว่าช่วงติดสัดมันทำให้นายสมองไหม้ไปแล้วจริงๆ ขี้เกียจพูดกับนาย"
เสียงทะเลาะหยุดลง เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบันได
สือเริ่นถือผ้าพันแผลและยากล่องขึ้นมา คุกเข่าข้างหนึ่งลงข้างเตียง แกะผ้ากอซเมื่อวานออกให้ลู่หลิง เช็ดแผลและทายาใหม่
การเคลื่อนไหวนุ่มนวลแต่คล่องแคล่ว ปลายนิ้วเต็มไปด้วยการควบคุมอย่างระมัดระวัง
ลู่หลิงรู้สึกสะอาดสบายตัว แม้แต่จุดซ่อนเร้นก็ได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน ครีมยาเย็นๆถูกทาอย่างประณีตบรรจง
แสงยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างกระจกชั้นสอง ตกลงบนผมสีขาวของสือเริ่น ปลายผมและปลายจมูกเขาสะท้อนแสงระยิบ ขนตากระพือเบาๆราวกับปีกผีเสื้อ
หน้าตาดี สุขุม และแข็งแกร่ง
"00 เมื่อไหร่กันนะที่คนแบบนี้ไม่เป็นของฉัน"
【โฮสต์ กำลังพูดอะไรน่ะ? ท่านต้อนเขามาอยู่ในกำมือได้แล้วเห็นไหม ลองดูที่ข้อมือเขาสิ มีปานรูปจันทร์ของท่านอยู่ด้วย เมื่อคืนฉันเห็นชัดๆเลย เขาลูบปานที่ข้อมือตัวเองแล้วก็ร้องไห้บ้างหัวเราะบ้าง】
"ฉันหมายถึง หลังจากพ้นช่วงติดสัดแล้ว ความอ่อนโยนและภาพลวงที่ว่าเขาขาดฉันไม่ได้นั่น ก็จะจบลง"
【แล้วยังไง ถึงตอนนั้นท่านก็สั่งเขาให้ทำอะไรให้ท่านสิ จะไปสนใจว่าเขาเต็มใจไหมทำไม】
"ก็ได้"
รถบ้านบรรทุกแร่สตาร์ตติด เสียงเครื่องยนต์ครางทึบดังมาจากช่วงล่าง ทั่งคันเหมือนอสูรโลหะยักษ์ที่ตื่นขึ้น
พวกเขาออกไปปฏิบัติภารกิจ
สถานที่ปฏิบัติภารกิจคือซากเมืองร้างแห่งหนึ่ง ซากปรักหักพังเต็มไปด้วยมอสวิญญาณประหลาดสีดำเกาะอยู่ อากาศอบอวลด้วยกลิ่นเหม็นเน่าหวานคล้ายเลือด
สือเริ่นกระโดดลงจากรถก่อน ทันทีที่เท้าแตะพื้น ก็มีเสียงหัวเราะแหลมเล็กดังมาจากใต้ฝ่าเท้า
ผีติดพื้น
วิญญาณประหลาดชนิดนี้ต้องสังหารให้หมดในช่วงฤดูปลอดภัย ไม่อย่างนั้นพอถึงฤดูอันตราย เพราะความเร็วที่เคลื่อนที่เร็วมาก แม้แต่ขบวนรถก็ยังหนีไม่พ้น
ทุกก้าวที่คนเหยียบลงไป วิญญาณประหลาดที่ติดอยู่บนพื้นจะเผยใบหน้ายิ้มแสยะเปื้อนเลือด ฟันแหลมคม เบ้าตาเป็นหลุมดำมืดมิด มุมปากฉีกกว้างไปถึงใบหู
ลู่หลิงมองแล้วรู้สึกขนหัวลุก
วิถีโจมตีของวิญญาณประหลาดถูกกระตุ้นขึ้นมาทันใด เหล่าวิญญาณประหลาดติดพื้นนับไม่ถ้วนลอกตัวออกจากพื้น ลอยขึ้นกลางอากาศ
ประกอบกันเป็นวิญญาณประหลาดแผ่นยันต์ขนาดยักษ์กลางอากาศ ล่องลอยอยู่กลางฟ้า เพียงแค่สัมผัสมันก็จะถูกดูดเลือดจนแห้งในทันที
สือเริ่นไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
จากแผ่นหลังของเขาเกิดเป็นคมดาบเหล็กขนาดยักษ์ คมดาบสีเงินขาวห้าเล่มกางออกกลางอากาศ ราวกับปีกที่ทำจากเหล็กกล้า ร่างทั้งร่างพุ่งไปในกองวิญญาณประหลาดราวกับเงาเลือนราง
ต่อสู้ระยะประชิด คมดาบเหล็กสะบัดพลิกกลับไปมา ทุกครั้งที่ฟันก็ผ่าร่างวิญญาณประหลาดแยกออกอย่างแม่นยำ ของเหลวสีดำกระเซ็น
ในขณะเดียวกันเขาก็ควบคุมคมดาบเหล็กให้ประกอบกันเป็นตาข่ายป้องกันกลางอากาศ ป้องกันลู่หลิงไว้เบื้องหลังอย่างแน่นหนา ไม่ให้เธอเปื้อนเลือดสกปรกแม้แต่หยดเดียว
มู่เซียวโจมตีจากอีกด้าน ปีกเหยี่ยวดำคู่ใหญ่กางออกจากสะบัก ช่วงปีกกว้างถึงห้าหกเมตร ขนดำเงางาม
เขากระพือปีกบินขึ้น ใช้มือทั้งสองข้างร่ายอาคม เถาวัลย์นับไม่ถ้วนทะลวงออกมาจากพื้นดิน พันธนาการผีติดพื้นที่พยายามหลบหนีเอาไว้แน่นหนา
พิษธาตุไม้ถูกส่งผ่านเถาวัลย์เข้าไปในร่างวิญญาณประหลาด ผีติดพื้นร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ร่างกายเริ่มละลายและเน่าเปื่อย
เขายังง้างธนูยิงธนูพิษไม้พุ่งออกไปพร้อมเสียงลมหวีด โดนกลุ่มวิญญาณประหลาดที่เหลือซึ่งพยายามรวมตัวกันอีกครั้งในระยะไกลอย่างแม่นยำ
เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก
ลู่หลิงมองจนไม่กล้ากระพริบตา
สือเริ่นหมุนตัวฟันครั้งสุดท้าย คมดาบเหล็กเหมือนพายุหมุนพัดผ่าน ฉีกวิญญาณประหลาดแผ่นยันต์ที่เหลือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
วิญญาณประหลาดถูกสังหารสิ้นซาก
มีวัตถุประหลาดตกอยู่บนพื้น
ยันต์วิญญาณประหลาดติดพื้นหนึ่งชิ้น สีดำสนิททั้งแผ่น มีรอยสลักเป็นอักขระบิดเบี้ยวคล้ายเส้นเลือดสีแดงเข้ม ถือไว้ในมือรู้สึกได้ถึงจังหวะตุบๆ
สือเริ่นก้มลงเก็บยันต์ หันไปมองลู่หลิง แววตาเย็นชากลายเป็นรอยยิ้มในทันที "เดี๋ยวฉันดัดแปลงวัตถุประหลาดนี่แล้ว จะให้เธอใช้"
ตาลู่หลิงเป็นประกาย "ฉันก็ใช้ได้เหรอ?"
สือเริ่นพยักหน้า "ได้สิ ในตัวเธอมีพลังพิเศษของฉันอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว"
พูดจบเขาก็หน้าแดงขึ้นมาอีก จากปลายหูแดงซ่านไปถึงลำคอ จับมือลู่หลิงไว้ เสียงเบาลง
"เมื่อผ่านการสืบทอดและเป็นคู่กันหลายครั้งขึ้นเรื่อยๆ พลังพิเศษที่สะสมในตัวเธอก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ถึงตอนนั้นฉันจะสร้างอาวุธที่ดีกว่านี้ให้เธอได้อีก"