พวกเขาไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดเก็บของกันอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนจะเป็นวัดเก่าๆ แห่งหนึ่ง ประตูวัดเอียงไปด้านข้าง ป้ายประกาศและกระถางธูปทองเหลืองด้านในล้มคว่ำเกลื่อนพื้น ขี้ธูปกระจัดกระจายไปทั่ว
กลิ่นธูปฉุนจัดปนกับกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรง คลุ้งจนแทบอ้วก
ลู่หลิงเห็นตะขาบเหรียญทองแดงวิญญาณประหลาดตนหนึ่งขดตัวอยู่ในห้องพระ แต่ละปล้องของร่างเป็นเหรียญทองแดงขึ้นสนิม เรียงต่อกันยาวร่วมสิบกว่าเมตร
ขาเล็กๆ นับหมื่นๆ ขยับไปมาบนขอบเหรียญ ส่งเสียงโลหะขูดขีดกับพื้นดังแสบแก้วหู
“ให้เงินฉันมา”
“ให้เงินฉันมา”
“ฉันต้องการเงิน”
ตะขาบเหรียญทองแดงพึมพำซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงเหมือนฆ้องแตกแตก กังวานโหวงๆ และเต็มไปด้วยความละโมบ
มีมนุษย์สัตว์ถึงสองกลุ่มมาถึงก่อนแล้ว กำลังต่อสู้กับวิญญาณประหลาดอยู่ แสงไฟลุกโชน น้ำแข็งและสายฟ้าฟาดฟันกันทั่วห้องพระ แสงพลังพิเศษหลากสีส่องสว่างวาบขึ้นและดับลง
ลู่หลิงถูกสือเริ่นพาเข้ามาในลานด้านนอกของวัด
เมื่อเข้าใกล้แล้ว ลู่หลิงถึงได้มองเห็นอย่างชัดเจน
สิ่งที่ประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัวไม่ใช่เทวรูปปั้นดิน
แต่เป็นกล่องสิ่งของที่ตั้งซ้อนกันสูงเสียดฟ้าเหมือนภูเขาสามลูก!
ภูเขาสิ่งของสามลูก!
แต่ละลูกสูงกว่า 10 เมตร กล่องซ้อนทับกันแน่นขนัด พิมพ์หมายเลขและสัญลักษณ์ของฐานที่มั่นต่างๆ
วิญญาณประหลาดเหรียญทองแดงมีร่างที่ยาวเป็นพิเศษ มันขดตัวแน่นหนาอยู่บนภูเขาสิ่งของเหล่านั้น มนุษย์สัตว์หลายสิบคนผลัดกันเข้าโจมตี ยังไงก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย
ลู่หลิงภาวนาอยู่ในใจ “ศูนย์ศูนย์ ใช้การเคลื่อนย้ายวัตถุระยะไกล”
【รับทราบค่ะ โฮสต์ ได้ใช้งานความสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุระยะไกลให้ท่าน 1 ครั้ง!】
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ กล่องสิ่งของ x256 ได้รับรางวัล: ชุดชั้นใน 5 ชุด】
【ทำภารกิจเกินเป้าหมายอย่างยิ่งยวด ได้รับรางวัลพิเศษ: มอเตอร์ไซค์วิบากคาวาซากิ KLX230!】
【รางวัลทั้งหมดที่กล่าวมาได้ถูกเก็บเข้าไปในมิติของท่านเรียบร้อยแล้ว】
ตูม! วิญญาณประหลาดเหรียญทองแดงก็ร่วงลงมาจากภูเขาสิ่งของอย่างกะทันหัน!
สิ่งของทั้งหมดหายวับไปในพริบตา!
เหรียญทองแดงทั่วร่างของวิญญาณประหลาดเริ่มร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเปลี่ยนเป็นสีแดง ขอบเหรียญเปล่งแสงสีส้มร้อนแรง ราวกับถูกไฟเตาอุณหภูมิสูงที่มองไม่เห็นหลอมละลายและเปลี่ยนสภาพในชั่วพริบตา
รูม่านตาของสือเริ่นหดวูบ “ไม่ดีแล้ว ถอย!”
ลู่หลิง สือเริ่น และมู่เซียว ยังอยู่ที่ลานนอก ไม่ได้เข้าไปในห้องพระเลย มู่เซียวสำแดงปีกเหยี่ยวดำขนาดยักษ์ออกมาในทันที ช่วงปีกสะบัดออกกว้าง คว้าตัวทั้งสองไว้แล้วทะยานขึ้นฟ้า
แต่มนุษย์สัตว์ที่ยังอยู่ในห้องพระไม่ได้โชคดีอย่างนั้น
ในกลุ่มพวกเขามีแค่กลุ่มเดียวที่มีมนุษย์สัตว์อินทรีบิน รีบตะครุบเพื่อนร่วมกลุ่มสองคนขึ้นมาอย่างลนลาน หนีหลุดออกไปตามหลังมู่เซียวและพวกอย่างหวุดหวิด
แมกมาที่เหรียญทองแดงหลอมละลายไหลนองอยู่บนพื้น หล่อหลอมรูปร่างขึ้นใหม่ กลายเป็นงูเหลือมแมกมาร่างแดงฉาน
ร่างของงูใหญ่หนาเท่าถังน้ำ พื้นผิวมีน้ำทองแดงร้อนแดงไหลย้อยอยู่ แต่ละหยดที่ตกลงพื้นก็ไหม้เป็นหลุมดำ ส่งเสียงดังฉ่า
งูเหลือมแมกมาเหวี่ยงหางฟาด เสาหินของห้องพระถูกตีหักครึ่งท่อนกลางปล้อง เศษหินแตกกระจาย
สุดท้ายมีมนุษย์สัตว์สองกลุ่มที่บาดเจ็บสาหัส เนื้อตัวไหม้เกรียมดำ หนังเนื้อไหม้จนเน่า ถูกเพื่อนร่วมกลุ่มลากกระถดกระเด็นออกมาจากประตูวัด
ตอนที่พวกเขาสามคนกลับไปที่รถบ้าน เสียงทะเลาะกันข้างนอกก็ระเบิดขึ้นแล้ว
“ก็แกนั่นแหละ! กลุ่มพวกแกมีมิติพลังพิเศษใช่มั้ย ใครได้สิ่งของไป เอามาเดี๋ยวนี้!”
“บ้าบอ กลุ่มพวกแกต่างหากที่ได้ของไป ยังจะมาใส่ร้ายป้ายสี!”
“พวกเราเองก็เสียหายหนัก เร็วๆ รีบเอาของมาแบ่งกันซะดีๆ!”
“พังละ! พวกเราก็อยากแบ่งเท่าๆ กันนะ! ปัญหาคือมันไม่ได้อยู่ที่กลุ่มเราไง!”
“พวกแกอย่ามาแอ๊บ ต้องให้ข้าลงมือเองใช่มั้ยถึงจะยอม”
มนุษย์สัตว์ที่เดิมทีบาดเจ็บไม่น้อยและหมดแรงอยู่แล้ว ต้องมาสู้กันตายอีกครั้ง เสียงพลังพิเศษปะทะกันระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นอีกครั้ง
สือเริ่นและพวกอีกสองคนไม่สนใจกลุ่มที่กำลังทะเลาะกัน ตั้งใจจะเดินตรงไปยังรถบ้านของตัวเอง
ทันใดนั้นก็มีมนุษย์สัตว์สามคนขวางทางพวกเขาไว้ ดุดันขึงขัง
“พวกแกหยุดก่อน”
คนที่เป็นหัวหน้าคือมนุษย์สัตว์อินทรีบินคนนั้น ผมดำ ตาดำ ลักษณะหน้าตาสมส่วนจนเกือบจะงดงาม หว่างคิ้วแฝงแววหยิ่งผยองคมกริบ ปีกอินทรีสีน้ำตาลเทาคู่หลังค่อยๆ หุบเก็บ
เพื่อนร่วมกลุ่มสองคนที่ตามหลังมาก็เป็นพวกหน้าตาละเอียดอ่อนเช่นกัน แต่แววตาไม่เป็นมิตร ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความเกรี้ยวกราดที่อยากระบายออกมา
มู่เซียวหลี่ตาลงเล็กน้อย เอ่ยขึ้นอย่างขี้เกียจ “พวกแกคิดว่าพวกเราเอาของไปสินะ? พวกเราสามคนน่ะ แม้แต่ธรณีประตูห้องพระยังไม่ได้ก้าวข้ามเลย”
มนุษย์สัตว์อินทรีบินพูด “ข้ารู้ว่าไม่ใช่พวกแก ข้าแค่จะให้พวกแกทิ้งผู้ฝึกสัตว์หญิงไว้”
รูม่านตาสือเริ่นหดตัวกลายเป็นเส้นตั้งในทันใด “แกว่าไงนะ!”
มนุษย์สัตว์อินทรีบินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ทำจมูกเชิดใส่ผู้คน “พวกเราต้องการตัวเมีย พวกแกให้นางอยู่!”
สือเริ่นหัวเราะเย็นชา “หาที่ตายชัดๆ!”
ใบมีดนับไม่ถ้วนระเบิดออกทั่วฟ้า
ด้านหลังสือเริ่นงอกใบมีดเหล็กกล้าสีเงินขาวหลายสิบเล่ม ทุกเล่มมีเสียงหวีดหวิวตัดผ่านลม ถักทอเป็นร่างแหเหล็กขนาดยักษ์แน่นขนัดกลางอากาศ
ใบมีดบินถาโถมลงมาราวกับพายุฝน มนุษย์สัตว์อินทรีบินหลบหลีกอย่างลนลาน ปีกโดนตัดขนนกไปครึ่งหนึ่ง ขนที่หักร่วงโปรยปราย
สือเริ่นไม่ลดมือเลยแม้แต่น้อย ในระหว่างที่เข้าประชิดสู้รบ มีใบมีดเหล็กกล้าหมุนวนคอยช่วย ตีหมัดใส่กระดูกสะบักของอินทรีบิน เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน
มนุษย์สัตว์อีกสองคนคิดจะเข้าประชิดจากด้านข้าง มู่เซียวยกมือก็ปล่อยลูกธนูพิษไม้สามดอก ปักลงบนพื้นตรงหน้าพวกมันอย่างแม่นยำ พิษกัดกร่อนดินจนกลายเป็นสีดำ
ลู่หลิงถามระบบว่า “ศูนย์ศูนย์ ที่นี่มีเป้าหมายคุณภาพดีมั้ย?”
【ไม่มีเลย พวกปัญญาอ่อน ยังกล้ามาโลเลถึงเธออีก】
ในที่สุด มนุษย์สัตว์อินทรีบินก็กุมหน้าอกกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ทรุดกายลงบนเข่าข้างหนึ่งอย่างตะกุกตะกัก พูดหอบว่า “ผู้ฝึกสัตว์จะไม่ใช่มีมนุษย์สัตว์แค่คนเดียวหรอกนะ พวกแกควรให้ผู้ฝึกสัตว์เลือกเอง”
ร่างของสือเริ่นแข็งทื่อ หยุดการกระทำในมือลง
เขาเงยมองลู่หลิง ในรูม่านตาตั้งสีทองเข้มคู่นั้นพลุ่งพล่านไปด้วยความไม่สงบและหวาดกลัว
ลู่หลิงยืนกอดอกอยู่ ก้มมองอินทรีบินที่อยู่บนพื้น น้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าไม่อยากได้แก”
สือเริ่นต่อยหนักลงไปทันที อินทรีบินถูกต่อยจมลงไปในดินโคลน สาดกระเซ็นเป็นโคลนแฉะๆ
บนรถ
สือเริ่นพาลู่หลิงเข้าไปในห้องพยาบาล
พื้นที่แคบๆ พอดีจุแค่คนสองคน หลังจากประตูปิดสนิท ก็ตัดเสียงทั้งหมดจากภายนอกออกไป
ราวกับว่าในโลกนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคน สือเริ่นและลู่หลิงหายใจสอดประสานกัน ลมหายใจอยู่ใกล้แค่เอื้อม
รูม่านตาตั้งสีทองเข้มล็อกอยู่ที่ลู่หลิงอย่างแน่นหนา แววตาล้ำลึกมืดหม่น เหมือนมีบางสิ่งถูกกดกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต พร้อมจะแหกทะลวงออกมาได้ทุกเมื่อ
“ทำไมใครๆ ก็อยากได้ตัวเจ้า เจ้าเป็นของข้า ข้าจะบ้าอยู่แล้ว!”
ลู่หลิงประคองหน้าเขาแล้วจูบเบาๆ “อย่าไปสนใจคนอื่น”
“ได้” สือเริ่นโอบเอวของลู่หลิงไว้แน่น ซุกหน้าเข้าไปในซอกคอของนาง น้ำเสียงอู้อี้
“ลู่หลิง ที่เขตปลอดภัยมีสิ่งของของข้าทั้งหมด ข้าสามารถปกป้องเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ ดูแลเจ้าได้ดี เจ้าอย่ารับมนุษย์สัตว์คนอื่นอีกเลยได้ไหม?”
“ข้า...” ลู่หลิงไม่รู้จะตอบเขายังไง
สือเริ่นตาทั้งสองข้างขึ้นสีแดง ลมหายใจร้อนรุ่ม
ลู่หลิงหลับตาลง แนบปลายจมูกกับเขา “ข้าจะลองพิจารณาดู ได้ไหม?”
สือเริ่นหายใจสั่นเครือ โน้มเข้าจูบนาง
นางจะพิจารณา
นั่นเท่ากับว่า เขายังมีโอกาส
เขากลัวเหลือเกินว่าสายตาของลู่หลิงจะมองไปให้คนอื่น
ตอนบ่าย สือเริ่นและมู่เซียวเข้าไปในห้องคนขับแล้ว คงกำลังหารือถึงแผนการรบอะไรบางอย่าง ลู่หลิงไม่ได้อยู่ด้วยกับพวกเขา
นางแอบเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูให้ดี นั่งลงบนโถส้วม เปิดกล่องสิ่งของออกมาแกะอย่างเงียบเชียบ
นางแกะกล่องสิ่งของห้าหกกล่องอย่างรีบเร่ง โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นน้ำดื่ม เครื่องดื่มกระป๋อง เนื้อกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยวแบบซองเดี่ยว ฯลฯ หลากหลายกองจนแน่น
ลู่หลิงแกะกล่องไปพลางเก็บสิ่งของเข้าไปในมิติใหม่ จัดเป็นหมวดหมู่ เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
ยิ่งแกะก็ยิ่งดีใจ หางตาแทบจะกดลงไปไม่อยู่
เรือน้อยลอยลิ่วผ่านขุนเขาแล้ว!