“ว้าว เมิ่งอวิ๋นชีรู้เรื่องจริง ๆ! ภารกิจของเราง่ายแค่นี้เอง!” ศูนย์สามห้าฉลองล่วงหน้าอยู่ในมิติ “ที่แท้เขาก็หลอกง่ายขนาดนี้!”
ศูนย์สามห้าพูดจาไม่น่าฟังอย่างไม่หยุดหย่อน “ถ้าเราหลอกเอาเงินเขามาจนหมด ฮิ ๆ ๆ ๆ… ก๊าก ๆ ๆ ๆ…”
“...ช่วยทำตัวให้เหมือนคนหน่อยเถอะ”
“แต่ฉันไม่ใช่คนอยู่แล้วนี่”
เอาเถอะ
พอแค่นี้
เมื่อเห็นเซี่ยซวี่รับบัตรของเขาไว้ เมิ่งอวิ๋นชีก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เงินที่หามาได้ก็มีไว้ใช้ โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาหามาได้ไม่น้อย
“คุณไม่กลัวว่าฉันจะหลอกคุณเหรอ?” เซี่ยซวี่ถามด้วยความสงสัย
“ยังหลอกคนเป็นด้วยเหรอ? เก่งจังเลย”
เมิ่งอวิ๋นชีดูไม่ใส่ใจกับคำพูดนั้นเลยสักนิด เขาแย้มยิ้มแล้วเอ่ยชมเธอ
เซี่ยซวี่: ?
นี่เขาคือวายร้ายในเนื้อเรื่องคนนั้นจริง ๆ เหรอ คนที่ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา แถมยังรอบคอบเจ้าแผนการ? เซี่ยซวี่เหลือบมองเขา แล้วก็เห็นรอยยิ้มตรงมุมปากยิ่งเด่นชัดขึ้น
ใต้แสงไฟ ใบหน้าด้านข้างของเธองดงามขาวผ่อง แสงนุ่มนวลอ่อนจางแต้มอยู่บนเรือนผม เมิ่งอวิ๋นชีไม่เคยคิดเลยว่าโชคของตัวเองจะดีถึงเพียงนี้ เขาดีใจที่ตนมีอาการป่วยเรื้อรัง ดีใจที่วันนั้นไปตรอกนั้น และดีใจที่ได้พบเธอ
ขณะเดียวกัน คำถามอีกข้อก็ผุดขึ้นมา
เธอเป็นคนไห่ซื่อ ที่นั่นเจริญกว่าที่นี่ไม่รู้กี่เท่า เธอจะอยากกลับไปไหม?
ลับหลัง เซี่ยซวี่ เมิ่งอวิ๋นชีเลือกโทรหาเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แต่งงานแล้ว หลังคัดเลือกอยู่นาน
อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นสายจากเมิ่งอวิ๋นชีก็รีบรับด้วยความเคารพนอบน้อม นึกว่ามีปัญหาอะไรกับสินค้า ใครจะคิดว่าพอรับสายก็ได้ยินเมิ่งอวิ๋นชีถามเข้าเรื่องทันทีว่า
