คนที่กำลังขับรถก็คือบอดี้การ์ดที่เมิ่งอวิ๋นชีใส่ร้ายว่าอายุเยอะ เซี่ยซวี่มองเขาอยู่หลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่ได้แก่ขนาดนั้น
เมิ่งอวิ๋นชีซึ่งจับจ้องเซี่ยซวี่อยู่ตลอดหรี่ตาลง บอดี้การ์ดสะดุ้งวาบ รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“ซวี่ซวี่ง่วงไม่ใช่เหรอ? พักสักหน่อยเถอะ” เมิ่งอวิ๋นชีเอ่ยเสียงนุ่ม ใบหน้าไม่เหลือเค้าความขุ่นมัว
เซี่ยซวี่ละสายตากลับมา พอเขาพูดถึงก็รู้สึกง่วงขึ้นมาจริง ๆ เธอขยับหาท่าที่สบาย พอเซี่ยซวี่ปิดตาลง สีหน้าของเมิ่งอวิ๋นชีจึงเปลี่ยนไป
ซวี่ซวี่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างเหลือเชื่อ หากพวกเขาไม่ได้พบกัน ด้วยหน้าตาของเธอคงยากจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิงได้อย่างปลอดภัย ชีวิตที่อยู่ท่ามกลางห่ากระสุน งานที่ทำล้วนเป็นเรื่องเสี่ยงตายได้ทุกเมื่อ การจะเชื่อใจใครสักคนอย่างหมดใจแทบเป็นไปไม่ได้ แต่คนคนนั้นดันเป็นเธอนี่นา
บุญคุณช่วยชีวิต ตอบแทนด้วยการมอบกาย
สมเหตุสมผลดี
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาค่อย ๆ ประคองคนที่กำลังเคลิ้มหลับเข้ามา ให้เธอพิงกายเขาไว้ จะได้ไม่กระแทกจนเจ็บเพราะรถสั่น
“รู้ไหมว่าพี่เมิ่งช่วงนี้ทำอะไรอยู่?” ชายผมแดงลุกขึ้นปิดประตู ตัดเสียงครึกครื้นด้านนอกคลับให้เงียบลง
“ใครกล้าดีขนาดนั้นไปสืบเรื่องเขาล่ะ?”
ฉินจ้าวเอนกายพิงโซฟาหนังสีดำ ทำหน้าเหนื่อยใจ “ฉันอิจฉาพี่เมิ่งจะตายอยู่แล้ว ทุกคนเห็นเขาก็กลัวหัวหดเหมือนหนูเห็นแมว พ่อฉันดันบังคับให้เริ่มจากระดับล่าง เมื่อวานไปเก็บเงินที่บ่อนก็ยังข่มใครไม่ลง แถมอีกฝ่ายยังกล้าเถียงฉันอีก!”
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นที่กลัวเมิ่งอวิ๋นชี พวกเขาสองคนก็ไม่ต่างกัน
