เซี่ยซวี่ขานรับเบา ๆ
ดูเหมือนเขาไม่มีทีท่าว่าจะกลับ
ดวงตาใสกระจ่างงดงามของนางเหลือบมองเขา เห็นเขาไม่ไป นางก็คิดจะไปเสียเอง แต่คำพูดต่อมาของเฉินเซียงเฉินขัดจังหวะเซี่ยซวี่ไว้ “กระหม่อมบังเอิญได้ของแปลกใหม่จากชาวบ้านมาบางชิ้น เห็นว่าน่าสนใจยิ่ง จึงอยากนำมาถวายฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย
เขาใช้เวลาตามหาอยู่นานกว่าจะพบ
แต่เมื่อนึกว่าเป็นของที่มอบให้นาง เขาเคยกลัวความยุ่งยากเสียที่ไหน
เขายกหีบไม้ที่นำมาขึ้น ขันทีใหญ่ได้รับสัญญาณพยักหน้าจากเซี่ยซวี่ จึงรับหีบมา เปิดตรวจดูจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหา แล้วนำไปวางบนโต๊ะทรงพระอักษร
เซี่ยซวี่กลับไปนั่ง นางอยากรู้อยู่ไม่น้อย ของเหล่านี้มาจากต่างแดน คล้ายกับนาฬิกาพกหรือกล้องส่องทางไกล แม้จะเทียบกับของยุคปัจจุบันไม่ได้ แต่สำหรับยุคนี้ก็นับว่าแปลกใหม่มากแล้ว
ขันทีใหญ่จ้องหน้าปัดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อนเอ่ยเบา ๆ ว่า “โอ้ ใต้เท้าเฉินช่างใส่ใจจริง ๆ”
