“กลับมาแล้วหรือ?”
ซ่งฮุยอินอุ้มถุงของอะไรบางอย่างเข้ามาทางประตูหลังอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ พอดีกับที่เฉินเซียงเฉินกลับถึงจวน จึงทักทายเขาสั้น ๆ
เสียงของนางดึงเฉินเซียงเฉินกลับจากห้วงความคิด เขาพยักหน้า
เห็นนางดูตื่นเต้น จึงเหลือบมองของในมือแล้วถามว่า “เจ้าถืออะไรมา?”
“น้ำตาลน่ะ” ซ่งฮุยอินแก้มแดงระเรื่อ หอบหายใจอยู่สองครั้ง ก่อนตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
นางไม่ได้พาสาวใช้มาด้วย พอเห็นว่านางออกแรงถือจนลำบาก เฉินเซียงเฉินจึงเรียกบ่าวให้มาช่วยถือ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ของในจวนมีพอแล้ว ไม่ต้องซื้อมาเยอะขนาดนี้”
“ข้ารู้” ซ่งฮุยอินเหยียดแขนคลายเมื่อย ก่อนพูดอย่างมั่นใจว่า “ข้าซื้อมามีประโยชน์ ไว้เจ้าก็รู้เอง”
ยังดีที่นางเคยได้รับการศึกษามา น้ำตาลที่ขายกันทั่วไปในตลาดตอนนี้ล้วนเป็นน้ำตาลทรายแดง เนื้อหยาบ นางคิดจะใช้วิธีกรองน้ำตาลด้วยน้ำดินเหลืองเพื่อผลิตน้ำตาลทรายขาว เชื่อว่าต้องขายดีแน่
พอหาเงินได้แล้ว เผื่อวันไหนนางต้องพาจักรพรรดินีหนี ระหว่างทางก็ยังมีเงินติดตัว
แม้โอกาสจะน้อยมาก แต่นางทะลุเข้ามาในนิยายได้แล้ว ทำไมจะรอให้ถึงวันนั้นไม่ได้ล่ะ?
อีกอย่าง นางจะอาศัยอยู่ที่นี่ไปตลอดไม่ได้ ต้องรีบวางแผนเผื่ออนาคตไว้แต่เนิ่น ๆ
นางแทบรอไม่ไหว จึงพูดออกไปตามใจว่า “วันนี้เจ้ากลับช้ากว่าหลายวันก่อนมากเลยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินเซียงเฉินไม่รู้ว่านึกถึงอะไร มุมปากถึงกับยกขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “อืม ข้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทมา”
รอยยิ้มของซ่งฮุยอินย้ายไปอยู่บนใบหน้าเขา ส่วนซ่งฮุยอินหุบยิ้มทันที
ทำไมกัน? ทำไมเขาถึงอยากเข้าเฝ้าก็ได้เข้าเฝ้า นางเองก็อยากไปเหมือนกัน สอบขุนนางได้แล้วเก่งนักหรือไง?
