เมื่อเห็นว่ามีคนมาอีกคน เหอเจี่ยวกับคนอื่น ๆ ก็ช่วยพยุงกันและกอดกันเป็นกลุ่ม
อวี้เฉินเดินเข้ามาก็ถามทันทีว่า “ในพวกคุณมีใครทำอาหารเป็นบ้าง?”
คำถามนี้ดังขึ้นกลางความเงียบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไม่มีใครตอบสนองได้ทัน อย่างไรเสียคำว่า ‘ทำอาหาร’ ก็ช่างห่างไกลจากชีวิตพวกเขาเหลือเกิน
สามคนที่อยู่ข้าง ๆ มองหน้ากัน ต่างก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ที่แท้เขามาหาคนทำอาหารงั้นเหรอ?
อวี้เฉินอดทนถามซ้ำอีกครั้ง
คราวนี้มีมือหนึ่งยกขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จากฝูงชน เหอเจี่ยวแม้จะหวาดกลัว แต่ก็รู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะมีชีวิตรอด ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเธอเคยทำบล็อกเกอร์อาหารเล่น ๆ คงไม่น่าจะทำพลาดอะไร
อวี้เฉินจ้องเธอแวบหนึ่ง ราวกับกำลังประเมินหรือพินิจพิจารณาบางอย่าง จากนั้นก็พยักหน้า “เธอ มากับฉัน”
เพียงไม่กี่วินาที กลับทำให้รู้สึกตื่นเต้นราวกับกำลังรอฟังผลสัมภาษณ์งาน คำพูดเรียบเฉยนั้นในหูของเหอเจี่ยวกลับไพเราะราวเสียงสวรรค์ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเกาะสิ่งที่อยู่ข้างตัวพยุงกายลุกขึ้น
การกระทำนั้นทำให้คนอื่น ๆ แตกตื่นขึ้นมาทันที พวกเขาดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นเส้นสายชั้นดี ถ้าได้เกาะเขาไว้ก็ย่อมปลอดภัย!
ทุกคนพากันส่งเสียงว่าตัวเองก็ทำอาหารเป็น ถึงขั้นเบียดเหอเจี่ยวออกไป เพื่อให้อวี้เฉินหันมาสนใจตัวเอง
เหอเจี่ยวเซจนเกือบล้ม ทั้งโมโหทั้งร้อนใจ เมื่อครู่ตอนถามกลับไม่มีใครพูดสักคน พอรู้ว่าเป็นเรื่องดีขึ้นมาก็แย่งกันหัวแทบแตก
เหอเจี่ยวกังวลว่าอวี้เฉินจะเลือกคนพวกนั้นจริง ๆ จนแทบคลั่ง
แววตาของอวี้เฉินเย็นชาลง เขาใช้มือข้างเดียวหนีบหูเซี่ยซวี่ไว้ เถาวัลย์เส้นหนึ่งพุ่งออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ก่อนจะฟาดพื้นข้างเท้าพวกเขาจนเกิดร่องลึกไร้ก้นบึ้ง
