อวี้เฉินตอบสั้น ๆ ว่า “อวี้เฉิน พลังมิติและพลังไฟ”
อีกสามคนลอบตกตะลึง ฝีมือของเขาสมคำร่ำลือจริง ๆ
จากนั้นทุกคนก็มองหญิงสาวที่พิงอยู่ข้างกายเขา เส้นผมฟูฟ่องราวปุยเมฆยุ่งเหยิงเล็กน้อย จนมองไม่เห็นใบหน้า
พวกเขาไม่ใช่คนประเภทชอบซักไซ้ให้ถึงที่สุด บางทีที่ไม่เปิดหน้าอาจเป็นเพราะใบหน้ามีตำหนิก็ได้ มองไม่เห็นก็ช่างเถอะ
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเขาสนใจมากกว่าคือฝีมืออันแข็งแกร่งของอวี้เฉิน
อวี้เฉินแนะนำแทนเธอไปแล้ว “เซี่ยซวี่... แฟนของผม”
เขากำมือแน่น พลางใช้คำเรียกตามสวี่ซวี่
เมื่อไม่ได้ยินเซี่ยซวี่คัดค้าน ร่างที่เกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัวของเขาก็ผ่อนคลายลง ความยินดีที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาเข้ามาแทนที่
มีคนช่วยพูดให้แล้ว เธอจึงขี้เกียจเอ่ยปาก
เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จ ทุกคนก็เบนสายตาไปทางอื่น
สวี่ซวี่เองก็หันกลับไป ตอนนี้เพิ่งรู้จักกัน เรื่องกลิ่นหอมค่อยถามคราวหน้าดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจดูเสียมารยาทไปหน่อย
คนที่ถูกรบกวนด้วยกลิ่นหอมไม่ได้มีแค่เขา เหอเจี่ยวก็เช่นกัน เธออยู่ใกล้ที่สุด จึงอดไม่ได้ที่จะอยากขยับเข้าไปหาเซี่ยซวี่
เซี่ยซวี่... จริงสิ เซี่ยซวี่!
ชื่อของเซี่ยซวี่ผุดขึ้นมาในหัวเหอเจี่ยว หรือจะเป็นชื่อที่เผยซือพูดตอนปลอบลั่วเหยี่ยนในวันนั้น?
จะใช่เธอหรือเปล่า?
เหอเจี่ยวมองทีหนึ่ง แล้วมองอีกที จนถูกอวี้เฉินจับได้คาหนังคาเขา เธอเผชิญกับสายตาเย็นชาที่พร้อมจะจัดการเธอได้ทุกเมื่อ จึงไม่กล้ามองอีก ไม่กล้าจริง ๆ
หมอนี่หวงแฟนเกินไปหรือเปล่า!
จากมุมมองของเจียงหย่าง หญิงสาวกำเสื้อบริเวณอกของอวี้เฉินไว้ราวกับพึ่งพา เนื้อผ้าอย่างดีถูกขยำจนยับหลายรอย
