รถหรูแล่นเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรร ลู่สวินปิดประตูรถดังปังด้วยความหงุดหงิด “นายตามมาทำไม?”
แม้จะยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่นี่มากไปกว่านี้
โดยเฉพาะฉู่หลีที่ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา
ฉู่หลีลงจากเบาะหลัง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาดแขนคล้องคอเขา “ฉันยังไม่เคยเจอน้องสาวนายไม่ใช่เหรอ? ก็เลยมาแวะดูหน่อย”
ลู่สวินสะบัดมือเขาออก แล้วถลึงตามอง พลางเตือนด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “เธอไม่ใช่น้องสาวฉัน!”
“ฉันผิดเอง ๆ” ฉู่หลียกมือยอมแพ้
ด้านหลัง ผู้ช่วยผู้มีบทบาทสำคัญซึ่งมาที่นี่เพื่อจัดการธุระจริง ๆ และรักษาภาพลักษณ์คนพูดน้อยเอาไว้ ถูกเงาร่างของคุณชายใหญ่ทั้งสองเดินเคียงกันบดบังทางเดินแคบ ๆ จึงได้แต่เดินตามหลังเงียบ ๆ
เดิมทีเขาควรจะได้พักกลางวันอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้กลับต้องทำงานล่วงเวลาอย่างกะทันหันเพื่อเอาเอกสารมาให้
ใครจะรู้ว่าเรื่องลับ ๆ ของตระกูลคนรวยพวกนี้ เขาไม่อยากรับรู้เลยจริง ๆ!
เสียงร่ำร้องไร้คำพูดถูกกลืนหายไปท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่เดินขึ้นบันได
……
สวี่เจินวางชามกับตะเกียบที่ใช้แล้วลงในอ่างล้างจาน น้ำไหลซู่จากก๊อก เติมเต็มอ่างจนเกิดระลอกคลื่นเป็นวง ๆ พอผิวน้ำไหวมากเข้า สายตาของเธอก็เริ่มพร่าเลือน เธอมองคลื่นน้ำอยู่นาน ใบหน้าคุ้นเคยพลันปรากฏขึ้นในความคิด
“เจินเจิน ถ้าแม่รู้ว่าเขาจะกลายเป็นคนแบบนั้น แม่คงไม่พาลูกกลับบ้านตั้งแต่แรก… ลูกไม่ใช่คนที่พวกเราพากลับมาทำงานให้ ลูกเป็นลูกสาวของแม่นะ…”
“น้องชายลูกก็ใจดำเหมือนหมาป่า…”
“เจินเจิน หนีไปเถอะ! เงินที่แม่เก็บไว้พอให้ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ยิ่งหนีไปไกลเท่าไรก็ยิ่งดี…”
