เมื่อเมิ่งอวิ๋นชีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นคือสถานที่คุ้นเคย ดูท่าเขาจะกลับมาแล้ว แต่ที่แปลกก็คือรอบตัวกลับไม่มีใครอยู่เลย
เขาไม่ได้ใส่ใจ เพียงนึกถึงกลิ่นหอมที่เคยคลุ้งอยู่ตรงปลายจมูกซึ่งจางหายไปหมดแล้ว
หลังผ่านช่วงทรมานเมื่อคืนมาได้ บนร่างก็มีร่องรอยอยู่ไม่น้อย ส่วนอื่น ๆ ก็จัดการเรียบร้อยแล้ว เมิ่งอวิ๋นชีพลิกตัวลงจากเตียง คิ้วขมวดมุ่นราวกับมีเมฆดำปกคลุม
พอเดินออกไป เสียงจากด้านนอกก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“คุณเซี่ยจะอยู่เมืองอวิ๋นเฉิงอีกนานแค่ไหนคะ? เมืองอวิ๋นเฉิงของเราต้อนรับแขกอย่างดี อยู่ต่ออีกสักสองสามวันเถอะค่ะ!”
“ใช่ ๆ พวกเราไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ ถึงหน้าตาจะไม่ค่อยดี แต่จิตใจดีมากเลย!”
“อืม พวกเราแค่หน้าตาดุแต่ใจดี คุณเซี่ยไม่ต้องกลัวนะคะ”
“...”
เสียงพูดเบา ๆ นุ่มนวล คล้ายกลัวว่าจะไปรบกวนใครเข้า
เมิ่งอวิ๋นชีไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อน
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรรยากาศชวนให้ประหลาดใจ บรรยากาศดีเกินคาด เขาก้าวเข้าไปพลางครุ่นคิดว่าคนพวกนั้นเป็นใคร
คุณเซี่ย...คือใครกัน?
เป็นคนเมื่อคืนหรือเปล่า?
เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือเพรียวแข็งแรงกับเส้นเอ็นปูดนูน ดวงตาของเขางดงามนัก แต่ยามปรายตามองกลับเย็นชาและหยิ่งทระนง ราวกับไม่มีใครอยู่ในสายตา
