ลูกน้องทั้งสองมองการกระทำของเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะยืนชิดกันขึ้นอีกนิด เปิดพื้นที่ให้เซี่ยซวี่
คนข้างในทำท่าราวกับกำลังล่อให้เธอเข้าไปติดกับ หากไม่เข้าไปตอนนี้คงเสียมารยาทพอดี ไหน ๆ ก็แค่เข้าไปอยู่สักพัก เซี่ยซวี่จึงก้าวเข้าไป
ลูกสมุนคนหนึ่งเห็นฮั่วลี่สนใจเธอ จึงแซวพลางชักนำบทสนทนา “นี่เป็นครั้งแรกที่คุณชายรองดับบุหรี่เพราะคนอื่น รู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง?”
“……”
เซี่ยซวี่เงยหน้ามองพวกเขาแวบหนึ่ง
“หมายความว่าเมื่อก่อนเขาไม่มีมารยาท”
เสียงใสกระจ่างที่เจือความขอไปทีของหญิงสาวก้องอยู่ในลิฟต์แคบอึดอัด แม้เสียงจะไม่ดังนัก แต่ทุกคนกลับได้ยินชัดเจน
ราวกับกำลังยั่วโมโหเขา
ลูกสมุนทั้งสองฟังจบก็แทบสิ้นใจคาที่
รู้อย่างนี้ไม่พูดเสียก็ดี
สีหน้าฮั่วลี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่เอ่ยอะไรสักคำ ร่างทั้งร่างเอนพิงอย่างเกียจคร้านประหนึ่งสัตว์ร้ายที่ซุ่มรอจังหวะ เพียงรอขย้ำให้ถึงตาย เขาหรี่ตาลงมองเธอ
เธอมองกลับอย่างไร้พิษภัย
มองเธอทำไม?
กลิ่นหอมหวานเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วอย่างไม่มีทางหลบเลี่ยง หอมเสียจนเกินบรรยาย กระทั่งกลบกลิ่นบุหรี่ที่ยังหลงเหลืออยู่
ความเงียบชั่วขณะราวกับดาบแห่งดามอคลีสที่แขวนค้างอยู่เหนือศีรษะ ลูกน้องทั้งสองหวาดหวั่นจนแทบไม่กล้าหายใจ
ฮั่วลี่เป็นฝ่ายเบือนสายตาหนีก่อน น้ำเสียงฟังดูเหนียวหนืดขึ้นเล็กน้อย “จะไปชั้นไหน?”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาถามใคร เซี่ยซวี่ถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กดชั้น เมื่อเห็นว่าเขาอยู่ใกล้ปุ่มที่สุด จึงตอบไปตามตรง “ชั้นสี่”
ลูกสมุนที่เพิ่งพูดผิดไปเมื่อครู่นี้เข้าใจทันที รีบกดชั้นให้เธอ
