หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอีก
เจียงเฝิงผู้อยู่เบื้องหลังจากไปจากที่เกิดเหตุตั้งนานแล้ว
หลังจากเติมแต่งเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้แล้วเล่าให้ฉินเยี่ยนฟัง ฉินเยี่ยนก็โกรธขึ้นมาจริง ๆ เขาตบโต๊ะดังปัง
“พวกเขาทำกับคุณแบบนี้ได้ยังไง?”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าหมิงจือกำลังจะแต่งงานกับเขา แต่พวกนั้นกลับยังเล่นละครต่อหน้าลับหลังเช่นนี้ ไม่เพียงทำให้หมิงจือเสียใจ แต่ยังเท่ากับตบหน้าเขาด้วย
ลู่หมิงจือแอบมองสีหน้าของเขา ก่อนจะค่อย ๆ วางใจลง
หยาดน้ำตาใสกระจ่างหยดหนึ่งร่วงลงมา “ฉันทำอะไรได้ไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า พี่ใหญ่กับพี่รองถึงได้ไปพบสวี่เจิน...”
ฉินเยี่ยนขรึมหน้ารับปากเธอ “ไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการให้เรียบร้อย”
แววมืดมนวูบผ่านดวงตา
ถ้าสวี่เจินกล้าคุกคามหมิงจือ ก็ทำให้เธออยู่ในเมืองเอไม่ได้อีกก็แล้วกัน ส่วนคนตระกูลลู่ก็ต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง เพราะเขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ
……
“ฉันว่าเธอสวยจังเลย อยากเข้าไปกอดพี่สาวจัง!”
“ฉันรู้! เธอมากับพี่สาวสวี่เจิน!”
“พวกเธอได้กลิ่นไหม? พี่สาวคนนี้หอมจังเลย! อยากจับมือพี่สาว...”
“ไม่ได้นะ! เสี่ยวพั่ง มือเธอสกปรกเกินไป จับมือพี่สาวไม่ได้!”
“ฉะ...ฉันจะไปล้างมือ...เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน พี่สาวหันมามองแล้ว!!”
ภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการ เซี่ยซวี่ได้ยินเสียงจึงหันไปมอง ตอนเอียงศีรษะ ลำคอขาวผ่องก็เผยออกมา
เด็ก ๆ หลายคนพลันเงียบกริบ ได้แต่จ้องมองเธอตาแป๋วอย่างเคลิบเคลิ้ม
เมื่อครู่พวกเขายังไม่เห็นหน้าเธอ แต่พอเห็นแล้วก็เผลอคิดว่าตัวเองขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ไม่อย่างนั้นจะเห็นนางฟ้าได้อย่างไร
