เสื้อคลุมเลื่อนหล่นลงมา แต่ไม่มีใครสนใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงวงแขนที่โอบรัดเอว เซี่ยซวี่ก็เงยหน้าขึ้น เส้นโค้งตรงหางตาที่ถูกกดลงมาดูงดงามยิ่งนัก “เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
แก้มระเรื่อราวผลท้อ ใบหน้าหวานละมุนดุจผลซิ่ง กระแทกสายตาอย่างจัง
เขาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ลมหายใจพลันติดขัดเล็กน้อย “ไม่ชอบเหรอครับ ที่รัก?”
เซี่ยซวี่คร้านจะสนใจเขา
เจียงเฝิงมองใบหน้าประณีตไร้ที่ติของเธออย่างลึกซึ้ง ทว่ากลับดูไม่สนใจสิ่งใดเลย
อยากจูบเธอ
เขาเบือนหน้าไปหยุดอยู่ตรงซอกคอของเธอ เสียงถอนใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินดังมาจากลำคอ น้ำเสียงเกียจคร้าน ลมหายใจร้อนผ่าวโอบล้อมเธอไว้ “ที่รัก คุณเอาอะไรมาใส่ตัวเหรอ? ทำไมร้อนจัง”
เซี่ยซวี่มองเขาอย่างพูดไม่ออก ทำเอาเจียงเฝิงหัวเราะ ยิ่งมองก็ยิ่งอยากหยอกเธอ
ตระกูลเจียงมีเขาเป็นทายาทที่แน่นอนเพียงคนเดียว เรียกได้ว่าเขาเกิดมาก็อยู่บนจุดสูงสุดแล้ว ตั้งแต่เด็กเขาอยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น ของที่เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะมาอยู่ในบ้าน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ได้รู้สึกกระหายอยากได้อะไรอย่างแรงกล้าเช่นนี้มานานแล้ว
แต่แล้วเขาก็ได้พบกับเซี่ยซวี่
คนที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตรงใจเขาไปหมด
ถ้าอยากได้ก็ต้องแย่งชิงมาให้ได้ ส่วนสิ่งที่แย่งมาไม่ได้...
ไม่ เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
เขาโง่เองที่คิดจะค่อย ๆ ตะล่อมเธออย่างใจเย็น ถ้าไม่เกิดเรื่องไม่คาดคิดวันนี้ ไม่รู้ว่าข้างนอกจะมีหมาบ้ากี่ตัวคอยจ้องเธออยู่
คิดแล้วเขาก็ถามว่า “วันนี้มาที่นี่ได้ยังไง? คนในห้องส่วนตัวเมื่อกี้รู้จักกันเหรอ?”
ระหว่างถาม ข้อมูลเกี่ยวกับลู่อิ๋นที่เขารู้มา รวมถึงใบหน้าที่หลอกสาวน้อยได้ง่าย ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
