ตอนนี้เขาพักเรื่องนั้นไว้ก่อน เมื่อนึกถึงภาพหมิงจือที่ดวงตาคลอหยาดน้ำตาตอนถูกลู่สวินเมินโดยไม่ตั้งใจ เขาก็ถอดแว่นออกแล้วใช้นิ้วนวดหว่างคิ้ว
ที่จริงแล้วเขาไม่ได้สายตาสั้น เพียงแต่การสวมแว่นช่วยลดความคมเข้มของดวงตา ทำให้สร้างความใกล้ชิดกับอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วระหว่างการเจรจาธุรกิจ
เมื่อมาถึงหน้าห้องของลู่หมิงจือ เขาเคาะประตูสองครั้งพอเป็นพิธี ก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างคุ้นเคย
ห้องของลู่หมิงจือใหญ่ที่สุดรองจากห้องของพ่อกับแม่ลู่ แบรนด์เนมสารพัดในห้องของเธอเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แค่นี้ก็เห็นได้แล้วว่าเธอเป็นที่รักของตระกูลลู่มากเพียงใด
ตอนนี้เธอยังหันหลังให้เขา ท่าทางน้อยใจอยู่เลย ช่วงหลายวันนี้ลู่สวินทำเกินไปจริง ๆ ลู่อิ๋นคิดในใจ
หางตาของลู่หมิงจือเหลือบเห็นร่างสูงใหญ่ น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยหลังจากร้องไห้มา “พี่ใหญ่ มาทำไมเหรอ?”
“พี่มาเยี่ยมเธอ” ลู่อิ๋นเดินไปหยุดตรงหน้า “หมิงจือ ไม่จำเป็นต้องเสียใจเพราะลู่สวินหรอก ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง เธอก็จะเป็นคนของตระกูลลู่ตลอดไป”
ช่วงหลายวันมานี้ แม้ลู่สวินจะอยู่ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าวิญญาณลอยไปไหนแล้ว ต่อให้ลู่หมิงจืออยู่ตรงหน้า เขาก็ยังไม่รู้ตัว
“ฉัน...ไม่ได้เสียใจ ฉันแค่ตัดใจไม่ลงนิดหน่อย จริง ๆ แล้วการออกจากตระกูลลู่คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ในใจฉันก็ยังมองทุกคนเป็นครอบครัว พี่กับพี่รองจะเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของฉันตลอดไป”
ลู่หมิงจือชวนให้ผู้คนรู้สึกสงสารจับใจ
“พี่บอกแล้วว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่จะจัดการเรื่องนี้ให้ดี ส่วนเธอ...”
