เซี่ยซวี่เหลือบไปเห็นแมวส้มตัวหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะยื่นมือเรียกมัน แมวส้มวิ่งเข้ามาหาอย่างร่าเริง กระโดดพุ่งใส่เธอ พลางร้องเหมียว ๆ แล้วมุดเข้าหาอ้อมแขนเธออย่างเต็มแรง
น่ารักจัง เซี่ยซวี่ลูบขนมันเบา ๆ
จู่ ๆ อ้อมแขนก็ว่างเปล่า
มือข้างหนึ่งหิ้วแมวส้มลอยขึ้นกลางอากาศอย่างงุนงง ขาทั้งสี่ลอยคว้างไร้ที่ยึดเกาะ จนตัวมันยืดยาวเป็นแท่ง ไม่เข้าใจเลยว่าเมื่อครู่ยังอยู่ในอ้อมแขนอุ่นนุ่มหอมกรุ่น ไฉนพริบตาต่อมากลับไปอยู่ในมือคนอื่นเสียแล้ว
ฉินกวนหลานยืนต้านแสงอยู่ตรงนั้น รูปโฉมงามสะอาดหมดจด เส้นสายบนใบหน้าราบเรียบงดงาม เขาเอ่ยอย่างหน้าตาเฉยพลางสบตาเซี่ยซวี่ที่มองมาอย่างสงสัยว่า “ป๊าชอบแมวที่สุดเลย ให้ป๊าอุ้มเถอะ”
นี่เรียกว่าอุ้มเสียที่ไหนกัน
“ดูเหมือนมันอยากลงนะคะ”
“ซวี่ซวี่พูดถูก” ฉินกวนหลานคล้อยตามอย่างว่าง่าย จนมองไม่ออกเลยว่าใจร้อนอยากปล่อยมันแค่ไหน เขาวางแมวลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ไปเถอะ”
จากนั้นเขาก็ใช้มืออีกข้างอุ้มเซี่ยซวี่ขึ้นมา
ระหว่างทางกลับ ท้องฟ้ามืดมิดและกว้างไกล ภายในรถอันเงียบสงบ ฉินกวนหลานมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามค่ำคืนมักทำให้ความรู้สึกหม่นหมองก่อตัวขึ้นได้ง่าย ทว่าอารมณ์เหล่านั้นยังไม่ทันก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
เซี่ยซวี่เองก็มองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน ก่อนจะถอนหายใจ
ความคิดของฉินกวนหลานหยุดชะงักทันที เขาหรี่ตาลงแทน แล้วมองเธอทำท่าถอนหายใจอย่างจริงจังจนอดขำไม่ได้ “ถอนหายใจอะไรเหรอ?”
เซี่ยซวี่ปรายตามองเขา น้ำเสียงเนือย ๆ “พอคุณอายุเท่าฉันแล้วก็จะรู้เอง”
