บนใบหน้าอวี้เฉินไร้ซึ่งอารมณ์ใด ดวงตาลึกล้ำราวกับมองทะลุเปลือกนอกเข้าไปถึงจิตใจของอีกฝ่าย «ไม่มีธุระแต่กลับเข้าหา ย่อมมีเจตนาไม่ดีก็หวังผลประโยชน์»
ใครจะไม่รู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ในใจกัน?
สวี่ซวี่ไม่เพียงไม่กระอักกระอ่วน แต่ยังพยักหน้า «การระแวดระวังภัยแบบนี้เป็นเรื่องดี แต่พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย»
ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกของเซี่ยซวี่หรือเปล่า เขาคล้ายกำลังมองเธอขณะพูด
ที่จริงพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแค่มีความคิดเล็ก ๆ ที่พูดออกมาไม่ได้อยู่บ้าง หวังเพียงว่าเซี่ยซวี่จะไม่กลัวพวกเขา
อวี้เฉินไม่แสดงความเห็น
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน จู่ ๆ ข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนหลายคนเริ่มลงไม้ลงมือกัน การทะเลาะวิวาทเป็นสิ่งต้องห้ามในฐานที่มั่น ทว่าหลังผ่านกลียุคมา ผู้คนต่างจิตใจว้าวุ่น ต่อให้ห้ามปรามสักกี่ครั้งก็ยังเกิดขึ้นไม่ขาด
คมลมหลายสายพุ่งกระจายมาทางพวกเขา สวี่ซวี่ขยับเท้าหลบเพียงเล็กน้อย ขณะที่ภาพตรงหน้าเซี่ยซวี่มืดลง อวี้เฉินก็ลงมือไปแล้ว
สวี่ซวี่ขมวดคิ้ว พฤติกรรมที่ชกต่อยกันกลางถนนจนเกือบทำให้คนอื่นพลอยบาดเจ็บเช่นนี้ทำให้เขารังเกียจอย่างยิ่ง แต่สำหรับเขาแล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี
เขาจึงมีข้ออ้างอันชอบธรรมที่จะยืนข้างเซี่ยซวี่ในนามของการปกป้อง ทันใดนั้นทั้งตัวก็จมอยู่ในกลิ่นหอมหวานละมุน
เซี่ยซวี่รู้สึกถึงลมหายใจที่ปั่นป่วนเล็กน้อยข้างกาย ก่อนจะได้ยินใครบางคนเรียกชื่อเธอ «ซวี่ซวี่»
สายตาของเธอเลื่อนจากอวี้เฉินผู้มีท่วงท่าสวยงามไปยังสวี่ซวี่ และสวี่ซวี่ก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
