เขาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ พอดีกับที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ด้านนอก จึงเอ่ยชมขึ้นมาลอย ๆ ว่า “วัยรุ่นพวกนั้นยืนอยู่ด้วยกันแล้วดูเพลินตาจริง ๆ”
เมื่อยืนยันแล้วว่าในรถน่าจะไม่มีทราย เขาก็หันกลับมา
“เหมือนคุณกำลังจ้องผมอยู่นะครับ”
“คุณตาฝาดแล้ว ผมแค่ส่งสายตาเชือดเฉือนให้ต่างหาก” นิ้วยาวเรียวของเจียงอิ่นเคาะลงบนโทรศัพท์
“……”
“เข้าใจแล้วครับ คุณชายมาที่เมืองเอมีธุระอะไรหรือครับ หรือว่ามาหาใคร?”
พ่อบ้านถามสิ่งที่คาใจอยู่ ในเมื่อคุณชายของพวกเขาไม่เคยมาที่เมืองเอมาก่อน ทั้งยังไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับที่นี่ เขาคิดว่าอาการของคุณชายดีขึ้นมากแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนอย่างเต็มที่
อย่างเช่นตอนนี้ ที่นั่งแถวหน้าและแถวหลังในรถยังต้องมีฉากกั้นลดลงมาคั่นไว้
เจียงอิ่นมีสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วพยักหน้า
พ่อบ้านที่รู้จักเขาดีเข้าใจว่าคำตอบนั้นหมายถึงคำถามข้อสุดท้าย หรือก็คือคุณชายมาหาคนงั้นหรือ? คนที่คุณชายคบหาทางออนไลน์คนนั้นน่ะหรือ? จู่ ๆ เขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง จึงลองเดาอย่างใจกล้า “ผู้หญิงคนนั้นเมื่อกี้หรือครับ? แต่ดูเหมือนเธอจะมีแฟน...”
ยังพูดไม่ทันจบ สายตาเย็นเยียบของเจียงอิ่นก็ตวัดมอง
พ่อบ้านรีบหุบปากทันที “เข้าใจแล้วครับ คุณชายส่งสายตาเชือดเฉือนให้ผมอีกแล้ว”
“ไม่ใช่ คราวนี้ผมกลอกตาใส่คุณต่างหาก”
“……คุณชายใจกว้างจริง ๆ ครับ”
ส่วนเมิ่งจงกับเสิ่นไจ้จิง เพียงได้เจอหน้ากันครั้งแรกก็ไม่ชอบขี้หน้ากันเสียแล้ว ถ้าไม่มีเซี่ยซวี่อยู่ด้วย พวกเขาคงไม่มีทางมานั่งอยู่ในรถคันเดียวกันแบบนี้
