มื้อนี้มีเพียงเซี่ยซวี่คนเดียวที่กินข้าวจริง ๆ
ดังนั้นพอเห็นเซี่ยซวี่วางตะเกียบ พวกเขาก็แทบจะหยุดกินตามไปด้วย
หลังมื้ออาหารยังมีกิจกรรมอื่นต่อ ที่นั่งข้างเซี่ยซวี่จึงกลายเป็นตำแหน่งล้ำค่า ใครบางคนเหลือบมองคนอื่นอย่างแนบเนียน ฉีหลินบังเอิญสบตากับอวี๋ฉีเยว่พอดี ทั้งคู่ต่างมองเห็นความไม่ชอบหน้ากันในแววตาของอีกฝ่าย
ตอนฉีหลินกำลังจะเบือนสายตาหนี มุมปากบนใบหน้าหล่อเหลาองอาจของอวี๋ฉีเยว่ก็ยกขึ้นเล็กน้อย
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “นายบอกว่าคืนนี้จะล้างชามทั้งหมดเองใช่ไหม ในเมื่อนายมีน้ำใจขนาดนี้ งั้นก็ลำบากหน่อยนะ”
น้ำเสียงแฝงความนับถืออยู่ไม่น้อย
ฉีหลินนิ่งอึ้งไปสองวินาที ก่อนจะส่งเครื่องหมายคำถามออกมา
บ้าเอ๊ย พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย??
พอเหลือบมองไปที่โต๊ะ คำเยินยอจากพวกเขากับสายตาของเซี่ยซวี่ก็พุ่งตรงมาหาเขาพร้อมกัน ถ้าตอนนี้เขาชูแขนขึ้นแล้วตะโกนว่า “ฉีหลินอย่างฉันไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลย” มันจะไม่ยิ่งเหมือนแก้ตัวจนกลายเป็นพิรุธหรอกเหรอ?
แล้วพวกเขาจะมองเขายังไง?
โดยเฉพาะเซี่ยซวี่จะมองเขายังไง?
เขาขบกรามนิด ๆ นายกำลังแก้แค้นฉันอยู่ใช่ไหม ได้เลย
เขากัดฟันยิ้ม เค้นคำพูดออกมาจากซอกฟันสองสามคำ “แน่นอน ไม่ลำบากหรอก เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว”
อวี๋ฉีเยว่ไม่ได้มองเขาสักนิด พอเห็นเซี่ยซวี่ลุกขึ้นก็เดินตามไปเรื่อย ๆ ทว่าในช่วงไม่กี่ก้าวสุดท้าย สืออวี่ไป๋ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนกลับไปนั่งลงก่อนเขา
อารมณ์ดีของอวี๋ฉีเยว่หายวับไปจนหมด
【เจอซ้ำสองรอบ ฮ่า ๆ ๆ ๆ】
