เธอหันไปมองห้องปฏิบัติการที่กำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง
ทั่วทั้งห้องทดลองมืดสนิท ควันดำพวยพุ่งหนาทึบ เปลวไฟน่าสะพรึงยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด
เครื่องตรวจวิเคราะห์มูลค่าห้าล้านแปดแสนดอลลาร์ไหม้จนกลายเป็นกองเศษเหล็ก
สปริงเกอร์บนเพดานที่ราวกับกินยาไวอากร้าเข้าไป เพิ่งจะเริ่มทำงานเอาป่านนี้ น้ำหยดกระปริดกระปรอย
แต่โชคดีที่น้ำในท่อยังมีอยู่ไม่น้อย
แม้จะใช้เวลานานไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็พอจะควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนที่ไฟจะค่อย ๆ มอดดับลง
ที่เกิดเหตุเละเทะไปหมด เต็มไปด้วยสารเคมี เถ้าดำ ซากเครื่องมือที่หลอมละลาย และเศษชิ้นส่วนจากการระเบิด
เสี่ยปิงชิงมองภาพอันน่าเวทนาตรงหน้า ริมฝีปากสั่นระริก
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้?”
“ตลอดกระบวนการ ฉันทำตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดมาตลอด”
“ทำไมถึงระเบิดได้?”
เธอทำตามมาตรฐานความปลอดภัยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะเกิดจากการทำงานผิดพลาด
เย่เซิ่งไม่ได้สนใจอีกฝ่าย
เขาใช้รองเท้าแตะคีบที่พื้นขาดเหยียบลงบนพื้นซึ่งเจิ่งนองไปด้วยน้ำดำและเศษกระจก
ควันหนายังไม่จางหายไปทั้งหมด
แต่เย่เซิ่งกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย
เขาแหวกกองเศษชิ้นส่วนของเครื่องมือที่กองทับกันอยู่
แล้วหยิบชิ้นส่วนขนาดเท่าฝ่ามือ ผิวขรุขระ แต่มีรูปจันทร์สีเลือดประทับอยู่
แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมมืดสลัว มันก็ยังดูแปลกประหลาดชวนขนลุก
ราวกับสามารถสะกดขวัญและดูดกินเลือดมนุษย์ได้
เย่เซิ่งโยนชิ้นส่วนนั้นเล่นในมือสองสามครั้ง
