บ่ายวันต่อมา
โต้วเนี่ยเฉินตื่นอีกทีก็บ่ายสามกว่า ร่างกายสดชื่นสุด ๆ
เพราะนอนเต็มอิ่ม นิสัยเขาก็ดูใจดีขึ้นมาหน่อยนิด
ถึงขนาดมองโต้วเสี่ยวโต้วก็ดูเข้าตาขึ้นมาหน่อย
โต้วเสี่ยวโต้วก็ตื่นมาอย่างอิ่มเอม ผมหยิกฟูฟ่อง หน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อ ดูดจุกนมไปจุ๊บ ๆ
เพิ่งตื่นมายังมึน ๆ นั่งนิ่ง ๆ ไม่ขยับ ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดู
โต้วเนี่ยเฉินก็รู้สึกว่าตอนที่เธอไม่พูดไม่ขยับตัวนี่แหละที่น่ารักกว่า
เลยพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นหน่อย "ได้ยินว่าเด็กวัยนี้ไม่ควรกินจุกนมแล้วนะ โยนมันทิ้งซะเถอะ"
โต้วเสี่ยวโต้ว....
นี่เรียกว่าน้ำเสียงดี?
ไม่มีสักประโยคที่เธอชอบฟังเลย
โต้วเสี่ยวโต้วส่งเสียงหึใส่เขา แล้วก็วิ่งเตาะแตะ ๆ ลงจากเตียงด้วยขาสั้น ๆ
ท้องเธอหิวแล้ว และก็รู้ว่าอยากกินต้องหาคุณพี่หวัง เลยวิ่งขาสั้น ๆ ไปหาคุณพี่หวังทันที
โต้วเนี่ยเฉินมองเด็กน้อยวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเด็กน้อยหิวอีกแล้ว
เขาถึงกับโกรธจนขำออกมา
ทั้งวัน ๆ นอกจากการกินก็คือการขับถ่าย จะต่างจากหมูตรงไหน!
เห็นทีพอเขาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเดินลงมา ก็เห็นโต้วเสี่ยวโต้วนั่งอยู่บนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็กอย่างเรียบร้อยแล้ว สวมผ้ากันเปื้อน มือซ้ายถือขาไก่ใหญ่ มือขวาถือซาลาเปาโต
ฟันหน้าซี่เล็ก ๆ ทั้งแปดซี่กัดขาไก่จนหอมกรุ่น กัดขาไก่คำหนึ่งก็ไม่ลืมกัดซาลาเปาไส้หมูคำหนึ่ง
คุณพี่หวังยังยื่นแก้วน้ำให้เธอเป็นระยะ ให้เธอดื่มน้ำเต้าหู้หน่อย จะได้ไม่ติดคอ
สีหน้าเอ็นดูแบบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของคุณพี่หวัง ทำให้โต้วเนี่ยเฉินรู้สึกหมั่นไส้
