งานเลี้ยงครอบครัวครั้งนี้จบลงอย่างไม่รื่นรมย์นัก ท่านปู่เซี่ยนั่งหน้าตึง สีหน้าเคร่งขรึม
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงยันไม้เท้าลุกขึ้น ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวว่า “ต่อไปนี้ เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ทั้งหมดในบ้านเก่าให้บ้านรองเป็นคนจัดการ”
คุณพ่อเซี่ยชะงักไป สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย “พ่อครับ เรื่องแค่นี้เอง พ่อจะมองข้ามสิ่งที่อวี๋ทุ่มเทมาตลอดหลายปีไปง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือครับ ไม่ยุติธรรมเกินไปหรือเปล่า”
หลี่อวี๋ยืนอยู่หลังสามี ก้มหน้าหลุบตา ไม่เอ่ยอะไรสักคำ ท่าทางราวกับถูกกลั่นแกล้ง
“นางเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์มาพูดเรื่องความยุติธรรมที่นี่ ตอนเข้าบ้านนี้ครั้งแรก ฉันไม่ได้พยักหน้าให้เสียหน่อย เรื่องในบ้านก็เป็นหน้าที่ของบ้านใหญ่ดูแลมาตลอด ฉันแก่แล้ว ไม่อยากยุ่งเรื่องพวกนี้ ไม่ได้แปลว่าฉันเห็นด้วย”
ท่านปู่เซี่ยพูดเพียงเท่านั้น ไม่คิดจะขยายความเรื่องนี้อีก ท่าทีเด็ดขาด ก่อนจะเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงโดยมีคนรับใช้ประคอง
ก่อเรื่องเสียใหญ่โต สุดท้ายก็ได้แต่คว้าน้ำเหลว
หลี่อวี๋ซับน้ำตาที่หางตา เผยรอยยิ้มอ่อนโยนที่แสดงถึงความเข้าใจสามี “ไม่เป็นไรค่ะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้สบายขึ้น มีเวลาอยู่กับคุณและอวี้มากขึ้น”
คุณพ่อเซี่ยถอนหายใจ ก่อนตบมือภรรยาเบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจ
หลี่อวี๋ยิ้มบาง ๆ วางตัวสง่างามและเหมาะสม ราวกับไม่ได้ใส่ใจการตัดสินใจของท่านปู่เซี่ยเลย
…
ตอนเสิ่นจืออี้ตื่นขึ้นมา ในห้องยังไม่ได้เปิดไฟ รอบด้านมืดสลัว มีเพียงแสงริบหรี่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามา จนแยกไม่ออกว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน
