แสงแดดยามบ่ายคลายความร้อนระอุของเที่ยงวันลง อบอุ่นอ่อนโยนขึ้นมาก
มื้อกลางวันง่าย ๆ ภายในรถบ้านจบลงอย่างรวดเร็ว หลังหลิ่วชิงซวี่เก็บภาชนะเรียบร้อย
เย่โม่ก็หยิบเก้าอี้ตั้งแคมป์แบบพับได้สองตัวออกมาจากมิติพกพาด้วยความคิด
“ลงไปนั่งรับลมกันหน่อย”
เย่โม่เอ่ยขึ้นลอย ๆ ก่อนผลักประตูรถบ้านลงไปเป็นคนแรก หลิ่วชิงซวี่รีบตามลงไปทันที
พื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำแห่งนี้กว้างขวาง รถบ้านจอดอยู่ติดกับสนามหญ้าริมฝั่ง
สนามหญ้าที่เคยตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กลับรกชัฏไปด้วยวัชพืชที่สูงเกินศีรษะคน หลังหลิ่วชิงซวี่ใช้พลังพิเศษธาตุไม้เร่งการเติบโตของพวกมัน
เย่โม่ขยับความคิดเล็กน้อย มีดทำครัวหลายเล่มพุ่งออกมาจากมิติพกพา หมุนด้วยความเร็วสูงภายใต้การควบคุมด้วยพลังจิต ราวกับเครื่องตัดหญ้าที่กำลังทำงาน กวาดผ่านสนามหญ้าทั้งผืนอย่างพร้อมเพรียง พงหญ้าล้มลงเป็นแถบ ๆ เพียงชั่วครู่ก็ถูกตัดจนเกลี้ยง
เบื้องหน้าสนามหญ้าคือผืนน้ำกว้างใหญ่ กระแสน้ำไหลเอื่อยเป็นประกายระยิบระยับ ทอดสายตามองออกไปก็เห็นทิวทัศน์ริมแม่น้ำอันเงียบสงบงดงาม
หากเป็นก่อนวันสิ้นโลก ที่นี่คงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจชั้นเลิศอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่วันสิ้นโลกทำลายทัศนียภาพงดงามนี้จนหมดสิ้นแล้ว
ทั้งสองเดินเคียงกันไปยังสนามหญ้าริมแม่น้ำ วางเก้าอี้ตั้งแคมป์ลง แล้วนั่งลงตามลำดับ
หลิ่วชิงซวี่ทอดมองผืนน้ำเบื้องหน้า พลางเอ่ยเสียงเบาว่า “พี่เย่ ไม่ได้เห็นวิวสวย ๆ แบบนี้มานานแล้ว ถ้าวันสิ้นโลกไม่เกิดขึ้นก็คงดี”
น้ำเสียงของเธออ่อนโยน แฝงความเสียดายที่ปิดไม่มิด
เย่โม่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลาย สายตาสงบนิ่งมองไปยังผืนน้ำไกลโพ้น สีหน้าเรียบเฉย “ถ้าไม่มีวันสิ้นโลก ฉันจะมีโอกาสได้พบสาวงามอย่างเธอได้ยังไง”
